ในวันอาทิตย์นี้ แฟนบอลเตรียมตัวพบกับศึกแห่งศักดิ์ศรีครั้งสำคัญ เมื่อ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส จะเปิดบ้านโมลินิวซ์ ต้อนรับการมาเยือนของ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ในศึกแชมเปี้ยนชิพ ซึ่งเป็นหนึ่งในดาร์บีแมตช์ที่ดุเดือดที่สุดของฟุตบอลอังกฤษ หรือที่รู้จักกันในชื่อ แบล็คคันทรี ดาร์บี
ทัพ "หมาป่า" วูล์ฟแฮมป์ตัน กลับมาลงเล่นในบ้านหลังจากที่ต้องออกไปเยือนถึง 4 นัดติดต่อกัน ขณะที่เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ได้พักเต็มที่ตลอดทั้งสัปดาห์ และปัจจุบันมีคะแนนเท่ากับจ่าฝูงของอีเอฟแอล แชมเปี้ยนชิพ
ฟอร์มของทั้งสองทีม
วูล์ฟแฮมป์ตันภายใต้การนำของ ซีซาร์ ไปซ็อตโต้ ออกสตาร์ทในแชมเปี้ยนชิพได้อย่างน่าพอใจ นัดล่าสุดในลีกพวกเขาบุกไปเอาชนะเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ได้อย่างสุดดราม่า 1-0 จากประตูชัยของ ราอูล ฆิเมเนซ ในนาทีที่ 90 แม้จะเพิ่งตกรอบอีเอฟแอล คัพ ด้วยน้ำมือของเอฟเวอร์ตันเมื่อกลางสัปดาห์ แต่ตำแหน่งในลีกของพวกเขาก็ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ปัจจุบันรั้งอันดับ 7 มีแต้มตามหลังจ่าฝูงเวสต์แฮม ยูไนเต็ด เพียง 3 คะแนน และที่สำคัญฟอร์มในบ้านของพวกเขาก็แข็งแกร่งเป็นพิเศษ ไม่แพ้ใคร 3 นัดติดต่อกันในโมลินิวซ์ ชนะ 2 เสมอ 1 ยิงได้ถึง 9 ประตู การกลับมาเล่นในถิ่นตัวเองจึงน่าจะสร้างขวัญกำลังใจให้กับทีมของไปซ็อตโต้ได้เป็นอย่างดี
ทางด้าน เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ก็ออกสตาร์ทฤดูกาลแชมเปี้ยนชิพได้อย่างยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ทีมของ เจมส์ มอร์ริสัน รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงร่วมด้วย 14 คะแนน แม้จะเพิ่งถูกควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส ไล่ตีเสมอในเกมลีกนัดล่าสุด แต่พวกเขามีเวลาเตรียมตัวสำหรับศึกดาร์บีแมตช์ครั้งนี้นานกว่าหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งอาจเป็นข้อได้เปรียบในเรื่องของความสด เวสต์บรอมวิชยังมีสถิติที่ดีในการมาเยือนโมลินิวซ์ ครั้งที่น่าจดจำที่สุดคือการบุกมาชนะ 5-1 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2012 โดย ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี้ ซัดแฮตทริก และยังเคยบุกมาชนะ 3-2 เมื่อเดือนมกราคม 2021 ซึ่ง มาเตอุส เปเรยร่า เหมาสองประตู
การแข่งขันในวันอาทิตย์นี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่แฟนบอลเวสต์บรอมวิชจะได้รับอนุญาตให้เข้าชมเกมที่โมลินิวซ์ได้นับตั้งแต่ปี 2012 บรรยากาศในสนามจึงน่าจะแตกต่างจากเกมที่พบกันเมื่อเร็วๆ นี้อย่างมาก วูล์ฟแฮมป์ตันเองก็เพิ่งเอาชนะเวสต์บรอมวิชมาได้ในศึกเอฟเอ คัพ เมื่อเดือนมกราคม 2024 โดยได้ประตูจาก เปโดร เนโต้ และ มาเตอุส คุนญ่า
ความพร้อมของนักเตะและแท็คติกที่คาด
วูล์ฟแฮมป์ตัน จะต้องเจอกับข่าวร้ายเมื่อ ราอูล ฆิเมเนซ กองหน้าตัวเก่งได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าและจะหมดสิทธิ์ลงสนามจนกว่าจะพ้นช่วงเบรกทีมชาติ การขาดหายไปของเขาทำให้ อดัม อาร์มสตรอง ถูกคาดการณ์ว่าจะได้ลงล่าตาข่ายแทน ซึ่งจะต้องแบกรับความรับผิดชอบในการทำประตูหลังจากที่ฆิเมเนซเพิ่งโชว์ฟอร์มเด่นยิงประตูชัยในนาทีสุดท้าย นอกจากนี้ ราฟิกิ ซาอิด ก็ยังคงไม่พร้อมลงสนามเช่นกัน อย่างไรก็ตาม มีข่าวดีคือ แบร์กทร็องด์ ตราโอเร่ ที่เพิ่งประเดิมสนามให้วูล์ฟสไปเมื่อกลางสัปดาห์ และมีประวัติการทำประตูใส่เวสต์บรอมวิชได้
คาดว่าไปซ็อตโต้จะจัดทัพในระบบ 4-5-1 โดยมี โชเซ่ ซา เฝ้าเสา แผงหลังประกอบด้วย แจ็คสัน ชาต์โชอูอา, นาสเซอร์ ดจิกา, ลาดิสลาฟ เครจซี่ และ ฮูโก้ บูเอโน่ กองกลางตัวรับน่าจะเป็น อังเดร และ มาร์แชล มูเน็ตซี่ โดยมี จอร์แดน เจมส์, เฟอร์ โลเปซ และ มาเตอุส มาเน่ คอยสนับสนุนอยู่ด้านหน้า อดัม อาร์มสตรอง
ทางฝั่ง เวสต์บรอมวิช อัลเบียน มีผู้เล่นบาดเจ็บเพียงรายเดียวคือ โนแลน กัลเบส ที่มีปัญหาบาดเจ็บที่หัวเข่า แต่ข่าวดีคือ บรายอัน เปเรยร่า พ้นโทษแบนกลับมาพร้อมลงสนาม อย่างไรก็ตาม เจมส์ มอร์ริสัน คาดว่าจะยังคงใช้งาน คัลลัม สไตล์ส ในตำแหน่งแบ็คขวาสำหรับเกมดาร์บีแมตช์นัดสำคัญนี้
เวสต์บรอมวิชน่าจะมาในระบบ 4-4-2 โดยมี แม็กซ์ โอ’เลียรี่ เป็นผู้รักษาประตู แผงแบ็คโฟร์ประกอบด้วย คัลลัม สไตล์ส, แนท ฟิลลิปส์, จอร์จ แคมป์เบลล์ และ คอนอร์ ทาวน์เซนด์ กองกลางตัวกลางคาดว่าจะเป็น เจสัน โมลัมบี้ และ แร็บบี้ เอ็นซิงกูล่า โดยมี แฮร์รี่ วิทเวลล์ และ ไอแซค ไพรซ์ คอยขึ้นเกมทางริมเส้น คู่กองหน้าจะเป็น จิมมี่-เจย์ มอร์แกน และ อูเน่ เฮ็กเกโบ
บทสรุป
นี่จะเป็นศึกดาร์บีแมตช์ที่สูสีอย่างแน่นอน โดยวูล์ฟแฮมป์ตันมีสถิติไร้พ่ายในบ้านที่แข็งแกร่ง ขณะที่เวสต์บรอมวิชก็ออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเก็บ 14 แต้มจากเกมแรกๆ ความได้เปรียบในการเล่นในบ้านและสถิติการทำประตูของวูล์ฟสที่โมลินิวซ์อาจเป็นปัจจัยสำคัญ แต่การออกสตาร์ทที่แข็งแกร่งของเวสต์บรอมวิชก็หมายความว่าพวกเขาพร้อมที่จะบุกมาเก็บแต้มกลับบ้านเช่นกัน.