เวมบลีย์ควรจะเป็นวันของอาร์เซน่อล แต่กลายเป็นแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่โชว์เหนือกว่า คว้าชัยชนะ 2-0 ไปครอง มิเกล อาร์เตต้าโดนเป๊ป กวาร์ดิโอล่าอดีตลูกศิษย์สอนเชิงอย่างหมดรูป
นิโก โอ’ไรลีย์ ดาวรุ่งเรือใบสีฟ้าเหมาสองประตูในครึ่งหลัง ทำลายความหวังของอาร์เซน่อลอย่างสิ้นเชิง ประตูแรกมาจากความผิดพลาดของผู้รักษาประตู ส่วนประตูที่สองแสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นทางแท็คติกของแมนฯ ซิตี้
อาร์เตต้ามาพร้อมแผน แต่กลับยึดติดกับมันนานเกินไป หลังจากที่มันไม่ได้ผลแล้ว แมนฯ ซิตี้จึงฉวยโอกาสลงโทษอย่างเจ็บแสบ เป๊ป กวาร์ดิโอล่ารู้ดีว่าอาร์เซน่อลต้องการทำอะไร และวางแผนมาเพื่อหยุดยั้งมันตั้งแต่ต้นทาง อาร์เซน่อลชอบที่จะเปิดเกมกว้าง ล่อให้คู่ต่อสู้เพรส และเล่นผ่านช่องด้วยการต่อบอลเร็วเพื่อสร้างพื้นที่ว่างในแดนหน้า
เพื่อตอบโต้ กวาร์ดิโอล่าจัดแมนฯ ซิตี้ในระบบ 4-2-4 ซึ่งเป็นโครงสร้างที่กล้าหาญและดุดัน ออกแบบมาเพื่อขัดขวางการขึ้นเกมของอาร์เซน่อลและบีบให้หายใจไม่ออก แผงหลังทั้งสี่คนเล่นกันอย่างเป็นระเบียบและรัดกุม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นข้างหน้าต่างหากที่สร้างความแตกต่าง ผู้เล่นอย่าง แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ มาเธอุส นูเนส ไม่ได้ถูกใช้เป็นกองหน้าในความหมายดั้งเดิม แต่ทำหน้าที่เป็นตัวรับที่คิดไปข้างหน้า ตัดเส้นทางของอาร์เซน่อลและหยุดการโต้กลับตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
เมื่อซิตี้ทำงานเกมรับเสร็จ การเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นทันที รายัน แชร์กี้ และ เฌเรมี่ โดกู สลับตำแหน่งกันตลอดเวลา ดึงฟูลแบ็คของอาร์เซน่อลไปทั่วสนาม สร้างความได้เปรียบในพื้นที่กว้างและจำนวนผู้เล่นในกรอบเขตโทษ
ความพ่ายแพ้ในครั้งนี้จะถูกจดจำในฐานะเกมที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ตอกย้ำให้ทุกคนเห็นว่าการสร้างทีมใหม่ของพวกเขาเสร็จสมบูรณ์แล้ว และอาร์เซน่อลได้ค้นพบว่าตำแหน่งบนตารางคะแนนไม่ได้แปลว่าความสามารถในการคว้าแชมป์เสมอไป