การที่ เรอัล มาดริด จะต้องขาด วินิซิอุส จูเนียร์ ปีกตัวเก่งชาวบราซิลถึง 4 นัดในเกมลีก ถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจสำหรับหลายคน แต่ในมุมมองของกุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ และทีมงาน นี่อาจเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่สุดในการรีเซ็ตแนวรุกที่ดูเหมือนจะขาดความสมดุลมานาน
วินิซิอุสถูกไล่ออกในเกมกับบียาร์เรอัล หลังจากที่เจ้าตัวถูก VAR จับภาพได้ว่าดึงผมนักเตะคู่แข่งก่อนยิงประตู ทำให้ประตูถูกปฏิเสธ และเขาโดนใบแดง ข้อหาโต้เถียงกรรมการหลังเกมทำให้โทษแบนเพิ่มเป็น 4 นัดทันที นั่นหมายความว่าเขาจะพลาดเกมสำคัญอย่าง เอล กลาซิโก้ ที่จะพบกับ บาร์เซโลน่า รวมถึงการดวลกับ เซบีย่า, ราซิ่ง ซานตานเดร์ และ บาเลนเซีย อย่างไรก็ตาม แม้การขาดหายไปของวินิซิอุสจะเป็นข่าวร้าย แต่ฟอร์มการเล่นของเขากลับเป็นสิ่งที่น่ากังวลมาตลอดซีซันนี้
ในฤดูกาลปัจจุบัน วินิซิอุสยิงได้เพียงประตูเดียวจากการลงสนาม 10 นัด และประตูนั้นก็เกิดขึ้นในขณะที่ทีมนำอยู่แล้ว ซึ่งเป็นสถิติที่น่าเป็นห่วงสำหรับผู้เล่นตัวหลัก การขาดความเฉียบคมและการมีส่วนร่วมกับเกมน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้มีคำถามว่าการที่เขาต้องพักไป จะเปิดโอกาสให้นักเตะคนอื่นๆ ได้โชว์ฟอร์มและสร้างความหลากหลายในแนวรุกมากขึ้นหรือไม่
สัญญาณบวกเริ่มปรากฏให้เห็นในเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่เรอัล มาดริด พลิกกลับมาชนะ โรม่า 4-3 โดย 3 ประตูสุดท้ายเกิดขึ้นหลังจากที่วินิซิอุสถูกเปลี่ยนตัวออกไป นักเตะดาวรุ่งอย่าง เอ็นดริค ที่ลงมาแทน สามารถสร้างอิมแพคได้ทันทีด้วย 1 ประตู 1 แอสซิสต์ เช่นเดียวกับ คาร์ลอส เอสปิ ที่ทำไปแล้ว 3 ประตูจากการลงเล่นเพียง 38 นาทีในซีซันนี้ พิสูจน์ให้เห็นว่ามูรินโญ่มีตัวเลือกที่สามารถพึ่งพาได้ และการแข่งขันในทีมจะช่วยกระตุ้นให้นักเตะทุกคนต้องงัดฟอร์มที่ดีที่สุดออกมา
นอกจากนี้ การขาดวินิซิอุสยังช่วยแก้ปัญหาแท็คติกบางอย่าง โดยเฉพาะการทับตำแหน่งกับ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่มักจะไปเล่นในพื้นที่เดียวกันทางฝั่งซ้าย การไร้วินิซิอุสจะทำให้เอ็มบัปเป้มีอิสระมากขึ้นในการเคลื่อนที่จากปีกซ้ายตัดเข้าใน หรือจะถูกโยกไปเล่นกองหน้าตัวเป้า เปิดทางให้ปีกธรรมชาติอย่าง ยาน ดิโอมานเด้ หรือแม้แต่ บราฮิม ดิอาซ ได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเอง การผสมผสานแนวรุกที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ดิโอมานเด้, เอ็มบัปเป้ และ เอ็นดริค อาจทำให้เรอัล มาดริด คาดเดาได้ยากขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สุดท้ายแล้ว การลงโทษครั้งนี้อาจไม่ใช่แค่โอกาสสำหรับเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ เท่านั้น แต่มันยังเป็นโอกาสสำคัญสำหรับวินิซิอุสเอง ที่จะได้ทบทวนฟอร์มการเล่นและแก้ไขข้อผิดพลาดต่าง ๆ หากนักเตะดาวรุ่งคนอื่น ๆ สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น วินิซิอุสอาจต้องกลับมาเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นยิ่งขึ้น ซึ่งความกดดันนี้เองอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เขากลับมาโชว์ฟอร์มระเบิดฟอร์มเก่งเหมือนที่เคยเป็นมา การพักตัวครั้งนี้จึงอาจเป็นการรีเซ็ตที่มาถูกจังหวะเพื่อฟอร์มการเล่นของทีมโดยรวม