อุซเบกิสถาน เตรียมจารึกหน้าประวัติศาสตร์วงการลูกหนังของตนเอง เมื่อพวกเขามีคิวลงสนามฟุตบอลโลกนัดแรก ด้วยการเผชิญหน้ากับทีมแกร่งอย่าง โคลอมเบีย ในศึกกลุ่ม K ที่เม็กซิโกซิตี้ วันพุธนี้
สำหรับ ทัพหมาป่าขาว นี่คือห้วงเวลาที่สำคัญ หลังจากพยายามอย่างหนักมานานหลายปีนับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากสหภาพโซเวียตในปี 1991 ในที่สุดอุซเบกิสถานก็สามารถทะลุเข้าสู่เวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุตบอลได้สำเร็จ ขณะที่โคลอมเบียซึ่งเป็นขาประจำในรายการนี้มาแล้วหลายครั้ง ถูกคาดหมายว่าจะประเดิมเก็บสามแต้มแรก เพื่อเป้าหมายในการผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาต์
การแข่งขันนัดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เนื่องจากกลุ่ม K ยังมีโปรตุเกส และ ดีอาร์ คองโก ร่วมอยู่ด้วย โคลอมเบียมองว่านี่คือเกมที่ต้องชนะหากหวังจะแย่งแชมป์กลุ่มกับโปรตุเกส ส่วนอุซเบกิสถานคงรู้ดีว่าผลการแข่งขันที่ดีจะช่วยให้การเปิดตัวในฟุตบอลโลกครั้งแรกของพวกเขาน่าจดจำ
ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของอุซเบกิสถาน
การผ่านเข้ารอบของอุซเบกิสถานถือเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลของประเทศนี้ ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ชาติจากเอเชียกลางนี้เฉียดใกล้ฟุตบอลโลกอยู่หลายครั้ง แต่มักจะพลาดท่าในโค้งสุดท้าย ทว่าครั้งนี้ พวกเขาก็ทำสำเร็จในที่สุด แม้ว่า ติมูร์ คาปัดเซ่ จะเป็นผู้พาทีมเข้าสู่รอบสุดท้าย แต่ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ อดีตกัปตันทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์โลกเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ก็ได้รับโอกาสเข้ามาคุมทีมแทน พร้อมกับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ในการนำทางอุซเบกิสถานในฟุตบอลโลกครั้งนี้
ปัจจุบัน อุซเบกิสถาน รั้งอันดับ 50 ของโลก ตามการจัดอันดับของ FIFA พวกเขาจะเข้าสู่กลุ่ม K ในฐานะทีมรองบ่อนอย่างไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะเมื่อต้องปะทะกับโปรตุเกสและโคลอมเบียที่มีประสบการณ์ในฟุตบอลโลกมากกว่าหลายเท่า การพบกับโคลอมเบียในนัดแรกยังถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองทีมเคยปะทะกัน เพิ่มความน่าสนใจให้กับเกมนี้เป็นอย่างยิ่ง
ความหวังของโคลอมเบีย
ในทางกลับกัน โคลอมเบีย มาพร้อมกับความคาดหวังที่สูงกว่ามาก นี่คือฟุตบอลโลกสมัยที่เจ็ดของพวกเขา และทัพ ลอส คาเฟเตรอส เชื่อว่าพวกเขามีคุณภาพมากพอที่จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ หลังพลาดโอกาสไปฟุตบอลโลก กาตาร์ 2022 การกลับมาลงเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้จึงเป็นก้าวที่สำคัญ แต่แค่การเข้าร่วมอาจยังไม่เพียงพอสำหรับพวกเขา
ผลงานในระดับนานาชาติช่วงหลังของโคลอมเบียเป็นเครื่องยืนยันความพร้อม พวกเขาผ่านเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศโคปาอเมริกาครั้งล่าสุด และแฟนบอลหวังว่านักเตะชุดนี้จะสามารถทำผลงานได้ดีทัดเทียม หรืออาจจะก้าวข้ามผลงานที่ดีที่สุดของประเทศที่เคยทำไว้คือรอบก่อนรองชนะเลิศในปี 2014 ซึ่งพวกเขาตกรอบด้วยน้ำมือของบราซิล
หลุยส์ ดิอาซ และ ฮาเมส โรดริเกซ ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญในการสร้างสรรค์เกมรุก โคลอมเบียมาถึงฟุตบอลโลกด้วยโมเมนตัมที่ดี หลังจากฟื้นตัวจากความพ่ายแพ้สองนัดติดต่อกันต่อโครเอเชียและฝรั่งเศสเมื่อเดือนมีนาคม การชนะคอสตาริก้าและจอร์แดนในเกมอุ่นเครื่องช่วยเรียกความมั่นใจกลับคืนมา โดยเฉพาะในนัดหลังที่ ฌอน อาริอัส เหมายิงคนเดียวสองประตูพาทีมชนะ 2-0
ในทางแท็กติก เกมอาจถูกกำหนดโดยความสามารถของโคลอมเบียในการเจาะแนวรับที่แน่นหนาของอุซเบกิสถาน ผู้เล่นริมเส้นจะต้องขยายพื้นที่ ในขณะที่ ฮาเมส โรดริเกซ และ อาริอัส อาจเป็นกุญแจสำคัญในการหาพื้นที่ว่างระหว่างแผง มิติการเลี้ยงบอลของ หลุยส์ ดิอาซ ก็น่าจะเป็นเส้นทางตรงสู่ประตูที่ชัดเจนที่สุด
อุซเบกิสถานมีปัญหาอาการบาดเจ็บของ ยาโลลิดดิน มาชาริปอฟ กองกลางตัวเก๋า ซึ่งอาจพลาดลงสนามในเกมนี้เนื่องจากปัญหาบริเวณหลัง ส่วนโคลอมเบียไม่มีรายงานผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบน สำรับ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ น่าจะยังใช้ผู้เล่นชุดหลักที่คุ้นเคยในระบบ 3-4-3 ส่วนโคลอมเบียภายใต้การทำทีมของ เนสเตอร์ โลเรนโซ่ คาดว่าจะจัดทัพในระบบ 4-2-3-1 โดยมี หลุยส์ ซัวเรซ เป็นหน้าเป้า โดยมี หลุยส์ ดิอาซ และ ฮาเมส โรดริเกซ คอยสนับสนุน
แม้ว่าอุซเบกิสถานจะมาพร้อมกับความมุ่งมั่นและพลังงานจากการได้ประเดิมสนามในฟุตบอลโลกครั้งแรก แต่โคลอมเบียมีประสบการณ์ คุณภาพนักเตะ และความหลากหลายในเกมรุกที่เหนือกว่ามาก ทัพหมาป่าขาวอาจสร้างความลำบากใจให้โคลอมเบียได้ระยะหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้ว ลอส คาเฟเตรอส น่าจะหาทางเจาะแนวรับและคว้าสามแต้มสำคัญในนัดเปิดสนามกลุ่ม K ได้สำเร็จ