สลาเวีย ปราก ที่ยังไม่ชนะใครในแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม หวังสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการคว้าชัยชนะนัดแรกในบ้าน พบกับ บาร์เซโลน่า อย่างไรก็ตามไม่ใช่เรื่องง่าย แม้ว่าทีมจากคาตาลันจะมีฟอร์มที่ไม่แน่นอนใน UCL แต่ก็ยังคงถูกคาดหมายว่าจะผ่านทีมจากเช็กไปได้
เจ้าบ้านอยู่อันดับ 33 มีเพียง 3 แต้ม จาก 6 นัด ตามหลังทีมอันดับ 24 อยู่ 4 แต้ม นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องชนะทั้งสองเกมที่เหลือเพื่อโอกาสเข้ารอบน็อกเอาต์ สลาเวีย ปราก พ่ายแพ้ต่อ ท็อตแนม 0-3 ใน UCL นัดล่าสุด และหวังว่าจะทำได้ดีกว่านี้ในการพบกับ บาร์เซโลน่า แม้ว่าฟอร์มในประเทศจะดี แต่การเจอกับทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปไม่เคยง่าย
ขณะที่ทีมเยือนอยู่อันดับ 15 ในตาราง UCL มี 10 แต้ม จาก 6 นัด (ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 2) ตามหลังทีมอันดับ 8 อยู่ 2 แต้ม บาร์เซโลน่าจำเป็นต้องชนะทั้งสองเกมที่เหลือ เพื่อรักษาตำแหน่งในการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย แม้ว่าจะชนะ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต 2-1 ในเกมยุโรปนัดล่าสุด และอยู่ในช่วงฟอร์มที่ยอดเยี่ยม แต่ผลงานที่ดีก็ต้องหยุดลงเมื่อแพ้ เรอัล โซเซียดาด
ฮันซี่ ฟลิค หวังที่จะกลับมาสู่เส้นทางชัยชนะอีกครั้ง The Hard Tackle จะพาไปเจาะลึกทั้งสองทีม พร้อมคาดการณ์แท็คติกที่อาจนำมาใช้ สลาเวีย ปราก ไม่ได้ลงเล่นในเกมอย่างเป็นทางการมานานกว่าหนึ่งเดือน และจะลงสนามในนัดนี้โดยไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ หรือติดโทษแบนเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม มาตูส เซิร์บ (ข้อเท้า) และ โดมินิค จาโวเร็ก (เข่า) ยังคงต้องพักรักษาตัวต่อไป คาดว่าเจ้าบ้านจะจัดทีมในระบบ 4-4-2 โดยมี ยินดริช สตาเน็ค เป็นผู้รักษาประตู โทมัส โฮเลส และ ดาวิด ซิม่า จะเป็นฟูลแบ็ก ส่วน สเตปาน ชาลูเป็ค จะจับคู่กับ อิก็อห์ อ็อกบู ในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก
ดาวิด ดูเดร่า และ ยุสซูฟา ซานย็อง จะประจำการริมเส้น คอยสนับสนุนทั้งเกมรุกและเกมรับ ขณะที่ ดาวิด โมเซส, ลูคัส โพรวอด และ มิชาล ซาดิเล็ค จะประจำการในแดนกลาง คอยสกัดกั้นไม่ให้กองกลางบาร์เซโลน่าครองบอลลึกเกินไป สุดท้าย โมจเมียร์ ชิติล จะเป็นกองหน้าตัวเป้า
ผู้เล่นตัวจริงที่คาด (4-5-1): สตาเน็ค; โฮเลส, ชาลูเป็ค, อ็อกบู, ซิม่า; ดูเดร่า, โมเซส, โพรวอด, ซาดิเล็ค, ซานย็อง; ชิติล
ฆาบี (เข่า) และ อันเดรียส คริสเตนเซ่น (เข่า) ยังคงต้องพักรักษาตัวต่อไป ขณะที่ ลามีน ยามาล ติดโทษแบนจากการโดนใบเหลืองในเกมยุโรปนัดล่าสุด ราฟินญ่า จะต้องเข้ารับการทดสอบความฟิตในช่วงท้าย เพื่อพิจารณาความพร้อมสำหรับการลงเล่นในรอบนี้
ทีมเยือนจะจัดทีมในระบบ 4-2-3-1 โดยมี โจน การ์เซีย เป็นผู้รักษาประตู ฌูลส์ กุนเด้ และ อาเลฆานโดร บัลเด้ จะเป็นฟูลแบ็ก ส่วน เปา คูบาร์ซี่ จะจับคู่กับ เอริค การ์เซีย ในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก สำหรับแดนกลาง เปดรี้ และ เฟรงกี้ เดอ ยอง จะจับคู่กันในแดนกลาง คอยปกป้องแนวรับ และควบคุมจังหวะของเกม
เฟอร์มิน โลเปซ อาจได้รับบทบาทหมายเลข 10 โดยมี มาร์คัส แรชฟอร์ด และ รูนีย์ บาร์ดจี ดาวรุ่งชาวสวีเดน เป็นตัวริมเส้น ขณะที่ เฟร์ราน ตอร์เรส อาจได้ออกสตาร์ทเป็นกองหน้าตัวเป้าก่อน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
ผู้เล่นตัวจริงที่คาด (4-2-3-1): โจน การ์เซีย; กุนเด้, คูบาร์ซี่, เอริค การ์เซีย, บัลเด้; เปดรี้, เดอ ยอง; บาร์ดจี, เฟอร์มิน, แรชฟอร์ด; เฟร์ราน ตอร์เรส
ด้วยการที่ ลามีน ยามาล ติดโทษแบน มีโอกาสสูงที่ ฮันซี่ ฟลิค จะมอบโอกาสให้ รูนีย์ บาร์ดจี ได้ออกสตาร์ทอีกครั้ง และด้วยฟอร์มของเขาในตอนนี้ ดาวเตะวัย 20 ปี จะพยายามคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้ แข้งทีมชาติสวีเดนรายนี้ ซึ่งย้ายมาร่วมทีมบาร์เซโลน่าเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว มีส่วนร่วมกับ 6 ประตู จากการลงเล่นในทีมชุดใหญ่กว่า 400 นาที
5 จาก 6 ประตูที่เขามีส่วนร่วม มาจากการออกสตาร์ทเป็นตัวจริง 3 นัดล่าสุด เมื่อใดก็ตามที่ ฟลิค มอบโอกาสให้เขาได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง บาร์ดจี ก็ตอบแทนด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม และคงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหากเขาจะทำได้อีกครั้ง บาร์เซโลน่า เดินทางมาเยือนด้วยความตั้งใจที่จะคว้าชัยชนะ เพื่อรักษาความหวังในการติดอันดับท็อป 8
แม้ว่าจะสะดุดเล็กน้อยในนัดล่าสุด แต่ลูกทีมของ ฮันซี่ ฟลิค ยังคงมีคุณภาพที่เหนือกว่าในทุกตำแหน่ง และน่าจะสามารถควบคุมจังหวะเกมได้เหนือกว่า สลาเวีย ปราก ที่ต้องดิ้นรนอย่างหนักในการรับมือกับทีมชั้นนำของยุโรปในฤดูกาลนี้ แม้ว่าเจ้าบ้านจะกระตือรือร้นที่จะใช้ความได้เปรียบในบ้าน และคว้าแต้มให้ได้
The Hard Tackle คาดการณ์ว่า บาร์เซโลน่า จะคว้าชัยชนะอย่างเด็ดขาด 4-0