ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่มนัดที่สาม กลุ่ม C กำลังจะระเบิดความมันส์ ซึ่งจะเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างทัพ 'ตาร์ตันอาร์มี' สกอตแลนด์ ปะทะกับ 'แซมบ้าฟอร์มเทพ' บราซิล ที่สนามฮาร์ดร็อก สเตเดี้ยม ไมอามี คืนวันพุธนี้ โดยผู้ชนะในเกมนัดนี้จะคว้าตั๋วเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายทันที ส่วนทีมที่แพ้ต้องไปลุ้นผลคู่อื่นเพื่อเป็นหนึ่งในแปดทีมอันดับสามที่ดีที่สุด
เส้นทางของ สกอตแลนด์ ในกลุ่ม C เริ่มต้นด้วยชัยชนะเหนือเฮติ 1-0 ในนัดแรก แต่กลับต้องมาพ่ายโมร็อกโกด้วยสกอร์เดียวกัน 1-0 ในนัดถัดมา ทำให้สถานการณ์ของพวกเขาหล่นไปอยู่อันดับสาม ขณะที่ บราซิล ที่โชว์ฟอร์มเยี่ยมเอาชนะเฮติ 3-0 ก็ขึ้นนำแซงหน้าสกอตแลนด์ไป อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจจากเกมที่สกอตแลนด์แพ้โมร็อกโกคือแนวรับที่แข็งแกร่งของลูกทีม สตีฟ คลาร์ก ซึ่งน่าจะเป็นกำลังสำคัญในการรับมือกับเกมรุกของบราซิล
ขณะที่ บราซิล ภายใต้การนำของ คาร์โล อันเชล็อตติ แม้จะดูน่าผิดหวังกับการเสมอโมร็อกโก 1-1 แต่พวกเขาก็กลับมาโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมถล่มเฮติ 3-0 โดยเฉพาะ วินิซิอุส จูเนียร์ ที่เป็นตัวขับเคลื่อนเกม พร้อมด้วยดาวรุ่งอย่าง เอ็นดริค และ รายัน วิตอร์ ที่โชว์ผลงานได้น่าประทับใจ สำหรับสถิติการพบกันของทั้งสองทีมในฟุตบอลโลก เคยดวลกันมาแล้ว 4 ครั้ง โดยบราซิลเอาชนะไปได้ 3 ครั้ง และเสมอ 1 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดที่พบกันในปี 1998 บราซิลเป็นฝ่ายเฉือนชนะไป 2-1
ในส่วนของความพร้อม ผู้จัดการทีมสกอตแลนด์อย่าง สตีฟ คลาร์ก อาจเผชิญปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเล็กน้อย แต่คาดว่าจะมีขุมกำลังเต็มที่สำหรับเกมนัดชี้ชะตาในกลุ่ม C อารอน ฮิคกี้, สก็อตต์ แม็คเคนนา และ ลูอิส เฟอร์กูสัน พลาดการฝึกซ้อมไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่วน คีแรน เทียร์นีย์ ที่ดูเหมือนจะมีอาการบาดเจ็บในเกมกับโมร็อกโก ก็กลับมาฝึกซ้อมได้แล้ว โดยคาดว่า เฟอร์กูสัน และ แม็คเคนนา จะฟิตพอพร้อมลงสนาม ส่วน แองกัส กันน์ จะได้ลงเป็นมือหนึ่ง แนวรับ 3 คน ใช้ แกรนท์ แฮนลีย์, แจ็ค เฮนดรีย์ และ คีแรน เทียร์นีย์ วิงแบ็ค นาธาน แพตเตอร์สัน และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แดนกลางมี ไรอัน คริสตี้, ลูอิส เฟอร์กูสัน และ จอห์น แม็คกินน์ โดยมี เช อดัมส์ ยืนค้ำหน้า และ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ คอยสนับสนุน
ด้านทีมแซมบ้า บราซิล ของ คาร์โล อันเชล็อตติ ก็กังวลเรื่องความฟิตของผู้เล่นเช่นกัน โดยจะต้องรอเช็กอาการบาดเจ็บของ ราฟินญ่า ที่บาดเจ็บเอ็นร้อยหวายในนัดกับเฮติ ซึ่งอาจทำให้เขาพลาดลงสนามตลอดทัวร์นาเมนต์ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจะกระทบต่อทีมไม่มากนัก อลิสซอน เบ็คเกอร์ จะรับหน้าที่เฝ้าเสา แนวรับ 4 คน ประกอบด้วย ดานิโล่, มาร์ควินญอส, กาเบรียล มากัลเญส และ ดักลาส ซานโตส แดนกลางวาง คาเซมิโร่ และ บรูโน่ กีมาไรส์ เป็นตัวจริง ส่วน ลูคัส ปาเกต้า จะเป็นเพลย์เมกเกอร์ ขณะที่แนวรุกจะใช้ มาเตอุส คุนญ่า เป็นหน้าเป้า พร้อมด้วย วินิซิอุส จูเนียร์ และ รายัน วิตอร์ (แทนราฟินญ่า) เป็นปีก โดยมี เอ็นดริค เป็นตัวสำรอง
ไฮไลต์ของเกมนัดนี้อยู่ที่ วินิซิอุส จูเนียร์ ปีกตัวจี๊ดของบราซิล ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ยิงไปแล้ว 2 ประตู และทำ 1 แอสซิสต์ และยังคงเป็นกำลังสำคัญในการทำเกมรุกของบราซิล แม้ ราฟินญ่า จะไม่สามารถลงเล่นได้ การพบกันในครั้งนี้จึงมีความหมายอย่างยิ่ง เพราะ 3 แต้มจะการันตีการเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายทันที คาดว่า บราซิล จะเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะไปได้ด้วยสกอร์ 2-1 โดยมี วินิซิอุส จูเนียร์ เป็นหัวใจสำคัญในการพาทีมเก็บชัยพร้อมคว้าตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่ม C