ชาลเก้ 04 สโมสรดังที่เพิ่งกลับคืนสู่ลีกสูงสุดของเยอรมนี เตรียมเปิดสนาม เฟลตินส์ อารีน่า ต้อนรับการมาเยือนของแชมป์เก่า บาเยิร์น มิวนิค ในศึกบุนเดสลีกาคืนวันเสาร์นี้ นับเป็นการลงเล่นในบ้านครั้งแรกของพวกเขาในฤดูกาล 2026/27
เจ้าบ้านต้องการสร้างความประทับใจต่อหน้าแฟนบอล หลังจากออกสตาร์ทฤดูกาลด้วยความผิดหวังจากความพ่ายแพ้ในนัดเปิดสนาม อย่างไรก็ตาม พวกเขาต้องเจอกับงานที่หนักหนาสาหัสที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นั่นคือการเผชิญหน้ากับยอดทีมอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ที่กำลังโชว์ฟอร์มร้อนแรงและแสดงให้เห็นถึงศักยภาพเกมรุกอันจัดจ้านมาแล้ว
สถานการณ์ของชาลเก้ 04
ทีมของ มิรอน มูสลิช กลับมาสู่บุนเดสลีกาในฐานะแชมป์ 2. บุนเดสลีกา แต่การกลับมาครั้งนี้เริ่มต้นด้วยความยากลำบาก พวกเขาบุกไปพ่าย เอาก์สบวร์ก 3-0 ในเกมแรก ถึงแม้ผลการแข่งขันจะดูขาดลอย แต่ก็มีปัจจัยสำคัญคือการที่ รอน ชัลเลนแบร์ก ถูกไล่ออกขณะที่สกอร์ยังเป็น 1-0 ทำให้สถานการณ์ของทีมยิ่งเลวร้ายลง
ถึงแม้จะพ่ายแพ้ แต่ ชาลเก้ ก็ยังสร้างโอกาสยิงได้ถึง 2.10 xG (ค่าความน่าจะเป็นในการทำประตู) ซึ่งบ่งชี้ว่าพวกเขามีคุณภาพในเกมรุกที่สามารถสร้างปัญหาให้กับแนวรับคู่แข่งได้ หากสามารถครองบอลและสร้างสรรค์โอกาสได้ดีพอ การได้กลับมาเล่นในถิ่น เฟลตินส์ อารีน่า อีกครั้ง ถือเป็นแรงกระตุ้นสำคัญ บรรยากาศภายในสนามน่าจะคึกคักเป็นพิเศษ เมื่อแฟนบอลจะร่วมกันฉลองการกลับสู่ลีกสูงสุดของทีมรัก
อย่างไรก็ตาม สถิติการพบกันกับ บาเยิร์น มิวนิค เป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ชาลเก้ แพ้ให้กับเสือใต้มาแล้ว 12 นัดติดต่อกัน ทำให้การพลิกล็อกเป็นเรื่องที่ยากจะคาดเดาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทีมเยือนกำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม
ฟอร์มอันร้อนแรงของบาเยิร์น มิวนิค
บาเยิร์น มิวนิค ของกุนซือ วินเซนต์ กอมปานี เริ่มต้นการป้องกันแชมป์ได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการถล่ม สตุ๊ตการ์ท 5-1 ในเกมนัดเปิดสนามบุนเดสลีกา โดยมีผู้เล่นถึงสี่รายที่ทำประตูได้ เช่นเดียวกับการทำเข้าประตูตัวเองของนักเตะ สตุ๊ตการ์ท ผลการแข่งขันนี้แสดงให้เห็นถึงเกมรุกที่หลากหลายของเสือใต้ ไม่ว่าจะเป็น หลุยส์ ดิอาซ, ไมเคิล โอลิเซ่, อเล็กซานดาร์ พาฟโลวิช และ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ที่ต่างก็ทำประตูได้
ต่อมา พวกเขายังคงรักษาฟอร์มแกร่งด้วยการเอาชนะ ออสนาบรูค 4-1 ในศึกเดเอฟเบ โพคาล ทำให้ทีมจ่อจะเก็บชัยชนะติดต่อกันเป็นนัดที่สี่ในทุกรายการ ฟอร์มนอกบ้านของ บาเยิร์น ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างความมั่นใจ พวกเขาไม่แพ้ใครในเกมเยือนรายการภายในประเทศตลอดปี 2026 ซึ่งยิ่งทำให้ภารกิจของ ชาลเก้ ยากขึ้นไปอีก
แฮร์รี่ เคน กัปตันทีมชาติอังกฤษยังคงเป็นหัวใจสำคัญในเกมรุกของ บาเยิร์น เขากำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม หลังทำได้สองประตูในเกมเดเอฟเบ โพคาล กับ ออสนาบรูค ความสามารถของเคนในการลงมาเชื่อมเกม สร้างสรรค์โอกาส และหาพื้นที่ในกรอบเขตโทษ ทำให้กองหลังของ ชาลเก้ ต้องทำงานหนักเป็นพิเศษ
ชาลเก้ คาดว่าจะใช้แผน 3-4-3 โดยมี ลอริส คาริอุส เป็นผู้รักษาประตู แนวรับสามคนประกอบด้วย ติโม เบ็คเกอร์, นิโคลา คาติช และ ฮาซัน คูรูซาย ส่วนตำแหน่งวิงแบ็กจะเป็น เดยัน ลูบิซิช และ โรบิน โกเซนส์ ขณะที่ บาเยิร์น คาดว่าจะใช้แผน 4-2-3-1 โดยมี มานูเอล นอยเออร์ เฝ้าเสา และมี โจชัว คิมมิช กับ อเล็กซานดาร์ พาฟโลวิช คุมแผงกลาง โดยมี ไมเคิล โอลิเซ่, อิสมาเอล ไซบารี่ และ หลุยส์ ดิอาซ สนับสนุน แฮร์รี่ เคน ในแดนหน้า
แม้ว่า ชาลเก้ จะได้เปรียบจากการเล่นในบ้านและแรงเชียร์จากแฟนบอล แต่คุณภาพและฟอร์มการเล่นของ บาเยิร์น มิวนิค นั้นเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด แชมป์เก่าแสดงให้เห็นถึงศักยภาพเกมรุกที่จัดจ้าน ด้วยการยิงไปแล้ว 9 ประตูจากสองนัดแรกของฤดูกาล เกมนี้คาดว่า บาเยิร์น จะเป็นฝ่ายครองเกมและสร้างโอกาสได้มากมาย และน่าจะบุกมาเก็บชัยชนะไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก