ตลาดซื้อขายนักเตะกำลังร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อมีรายงานว่าสโมสรยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรปกำลังจับตาดูสถานการณ์ของ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค กองหลังกัปตันทีม ลิเวอร์พูล อย่างใกล้ชิด โดยมีทั้ง เรอัล มาดริด และ เอซี มิลาน เป็นแกนนำ พร้อมด้วย กาลาตาซาราย และ อินเตอร์ มิลาน ที่พร้อมเข้าร่วมวงล่าตัวปราการหลังมากประสบการณ์รายนี้ไปร่วมทัพแบบไร้ค่าตัวในปีหน้า
จากรายงานของสื่อดังอย่าง มุนโด เดปอร์ติโบ ระบุว่า 4 สโมสรชั้นนำต่างต้องการเสริมความแข็งแกร่งในแนวรับด้วยเซ็นเตอร์แบ็กที่มีประสบการณ์สูง และได้เล็งเป้าไปที่ ฟาน ไดจ์ค ซึ่งกำลังจะหมดสัญญากับ “หงส์แดง” ในซัมเมอร์หน้า นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าวว่าปราการหลังวัย 35 ปีรายนี้อาจไม่ได้รับข้อเสนอสัญญาฉบับใหม่จากลิเวอร์พูล ทำให้หลายทีมต่างมองเห็นโอกาสที่จะคว้าตัวนักเตะระดับโลกรายนี้ไปเสริมทัพโดยไม่ต้องเสียค่าตัว
เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลเมื่อเดือนมกราคมปี 2018 ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 75 ล้านปอนด์ และตลอด 8 ปีครึ่งที่ผ่านมา เขาก็ได้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในโลก เขาลงสนามให้ “หงส์แดง” ไปแล้ว 380 นัด ทำได้ 36 ประตู กับอีก 16 แอสซิสต์ เป็นเสาหลักในแนวรับที่ยากจะหาใครมาแทนที่ แม้จะเคยจับคู่กับกองหลังหลายคน เขาก็ยังคงรักษาฟอร์มได้อย่างสม่ำเสมอ แถมยังสวมปลอกแขนกัปตันทีมต่อจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน อีกด้วย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เรื่องสัญญาที่ไม่ชัดเจนกำลังทำให้อนาคตของเขาในถิ่นแอนฟิลด์ตกอยู่ในความไม่แน่นอน
สำหรับ เรอัล มาดริด ความสนใจในตัว ฟาน ไดจ์ค ดูสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง โดยมีรายงานว่า โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นแรงผลักดันสำคัญเบื้องหลังการย้ายทีมครั้งนี้ แม้ว่าในวัย 35 ปี เขาอาจเป็นเพียงทางออกระยะสั้น แต่ด้วยความเป็นผู้นำที่มีประสบการณ์สูง ก็เข้ากันได้ดีกับปรัชญาการทำทีมของมูรินโญ่ นอกจากนี้ หาก อันโตนิโอ รูดิเกอร์ มีอนาคตที่ไม่แน่นอนในซานติอาโก้ เบร์นาเบว ฟาน ไดจ์ค ก็สามารถเข้ามาทดแทนได้อย่างไร้รอยต่อ เช่นเดียวกับ เอซี มิลาน ที่มีข่าวว่า ฟิกาโย โทโมรี อาจจะย้ายออกจากถิ่นซาน ซิโร่ ในปีหน้า ทำให้ทีมของ รูเบน อโมริม ต้องการปราการหลังตัวกลางที่มีความแข็งแกร่ง ซึ่ง ฟาน ไดจ์ค ที่สามารถคุมเกมได้ดีทั้งการครองบอลและตั้งรับ จึงกลายเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจ
ขณะเดียวกัน ลิเวอร์พูลเองก็อาจไม่ขวางทาง ฟาน ไดจ์ค หากมีการย้ายทีมจริง เนื่องจากมีรายงานว่าพวกเขากำลังมองหา ฟินน์ เยลต์ช มาเป็นทายาทคนต่อไป หากการเจรจาสัญญาใหม่ยังคงไม่มีความคืบหน้า การย้ายไปร่วมทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปก็อาจเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น