ทัพ “อาซูลกราน่า” บาร์เซโลน่า เตรียมยกพลบุกถิ่น เรอัล เบติส ในศึกฟุตบอลลาลีกา สเปน คืนวันเสาร์นี้ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการรักษาระยะห่าง 5 แต้มจากคู่แข่ง และสานต่อสถิติอันยอดเยี่ยมที่ยังไม่แพ้ใครในฤดูกาลนี้ แม้เบติสเองก็กำลังอยู่ในฟอร์มที่ร้อนแรง และหวังที่จะสร้างความประหลาดใจต่อหน้าแฟนบอลของตัวเองเช่นกัน
เจ้าบ้าน เรอัล เบติส กำลังทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ รั้งอันดับสามของตารางคะแนน โดยเก็บได้ 19 แต้มจากการลงสนาม 8 นัด (ชนะ 6 เสมอ 1 แพ้ 1) ก่อนหน้านี้พวกเขาเพิ่งถล่ม โอซาซูน่า 5-2 ในลีก และบุกไปเอาชนะ เอฟซี ปอร์โต้ 3-2 ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพเกมรุกที่น่าจับตามอง ด้วยฟอร์มการเล่นโดยรวมของทีมจากอันดาลูเซีย พวกเขามั่นใจว่าจะสามารถสร้างปัญหาให้กับบาร์เซโลน่าได้ในเกมนี้
ทางฝั่งของแชมป์เก่า บาร์เซโลน่า ภายใต้การนำของ ฮันซี่ ฟลิค ยังคงเป็นทีมที่ไร้เทียมทานในฤดูกาลนี้ พวกเขากวาดชัยชนะไปแล้วทุกนัดจาก 8 เกมในลาลีกา และรวมถึงทุกรายการก็ยังไม่แพ้ใครเลยตลอด 10 นัดที่ลงสนาม เก็บไปแล้ว 24 แต้มเต็มในลีก ล่าสุดเพิ่งถล่ม เกตาเฟ่ 3-0 ในเกมลีก และเปิดบ้านเอาชนะ กาลาตาซาราย 4-1 ในถ้วยยุโรป ซึ่งตอกย้ำความแข็งแกร่งของทีมได้อย่างชัดเจน ทำให้บาร์ซ่ายังคงเป็นทีมเต็งอันดับหนึ่งในเกมนี้ แม้จะต้องเจอกับเบติสที่ฟอร์มดีก็ตาม
สำหรับความพร้อมของทั้งสองทีม เรอัล เบติส จะยังคงขาด จูเนียร์ ฟีร์โป และ ไอเตอร์ รุยบัล ที่มีอาการบาดเจ็บ แต่ผู้เล่นคนอื่นๆ พร้อมลงสนามทั้งหมด โดยคาดว่าจะจัดทัพในระบบ 4-2-3-1 มี อัลบาโร่ บาเญส เฝ้าเสา, แบ็คโฟร์ประกอบด้วย เฮคเตอร์ เบเยริน, ดิเอโก้ ยอเรนเต้, นาตาน และ ฟราน การ์เซีย แดนกลางใช้ ปาโบล ฟอร์นาลส์ กับ มาร์ค โรคา คุมจังหวะเกม โดยมี โรดริโก้ ริเกลเม่, อิสโก้ และ เอซ อับเด สนับสนุน คูโช่ เฮอร์นันเดซ ในแดนหน้า ขณะที่ บาร์เซโลน่า ยังคงไม่มี อันเดรส คริสเตนเซ่น และ รูนีย์ บาร์ดกี้จิ ที่ยังบาดเจ็บ แต่ข่าวดีคือ เฟรงกี้ เดอ ยอง และ ราฟินญ่า กลับมาซ้อมและมีลุ้นลงสนามในเกมนี้ คาดว่าจะใช้ระบบ 4-3-3 มี โจน การ์เซีย เป็นผู้รักษาประตู, กองหลังสี่คน ชาบี เอสปาร์ท, เอริค การ์เซีย, เปา คูบาร์ซี่ และ เจอราร์ด มาร์ติน แดนกลางมี โรดรี้, เปดรี้ และ เฟร์มิน โลเปซ สร้างสรรค์เกมรุก โดยสามประสานในแนวหน้าจะเป็น ลามีน ยามาล, กาเบรียล เชซุส และ แอนโทนี่ กอร์ดอน
เกมนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของทั้งสองทีม เรอัล เบติส กำลังมั่นใจในเกมรุกของตัวเอง โดยเฉพาะหลังจากที่ยิงไป 5 ประตูใส่โอซาซูน่า และ 3 ประตูใส่ปอร์โต้ พวกเขามีคุณภาพพอที่จะสร้างโอกาสและหาช่องโหว่ในแนวรับของบาร์เซโลน่าได้ อย่างไรก็ตาม การจะหยุดเกมรุกอันดุดันของบาร์เซโลน่า โดยเฉพาะฟอร์มอันร้อนแรงของ ลามีน ยามาล ที่ทำไปแล้ว 17 ประตูจาก 10 นัดในฤดูกาลนี้ ถือเป็นงานหนักสำหรับเจ้าบ้าน บาร์เซโลน่าที่ไร้พ่ายมาตลอด 10 นัดในทุกรายการ แสดงให้เห็นถึงพลังเกมรุกที่ยากจะต้านทาน ทำให้พวกเขาน่าจะมีภาษีที่ดีกว่าในการคว้าชัยชนะไปได้