ในโลกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่เต็มไปด้วยความกดดัน การเปลี่ยนแปลงโค้ชเป็นเรื่องปกติเมื่อผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แม้บางสโมสรจะพูดถึงโปรเจกต์ระยะยาว แต่เมื่อผลการแข่งขันไม่เป็นใจ ความอดทนก็มักจะหมดลงอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันมีกุนซือ 4 รายที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง และกำลังถูกจับตามองว่าจะต้องอำลาตำแหน่งก่อนใครเพื่อน
การคาดการณ์ว่าใครจะถูกปลดออกจากตำแหน่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะปัจจัยไม่ได้มีแค่เรื่องอันดับในลีกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคุณภาพของฟอร์มการเล่น ความสัมพันธ์กับแฟนบอล ความแข็งแกร่งของขุมกำลัง และความคาดหวังโดยรวมของสโมสร บางสโมสรอาจให้เวลาโค้ชได้ปรับตัว แต่บางสโมสรก็พร้อมตัดสินใจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วแม้จะเจอเพียงความพ่ายแพ้เล็กน้อย
มาธิอัส ไยส์เซิล (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด): ปลอดภัยที่สุดในกลุ่ม?
มาธิอัส ไยส์เซิล กุนซือหนุ่มของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ดูเหมือนจะเป็นผู้จัดการทีมที่ปลอดภัยที่สุดในบรรดาสี่คนนี้ แม้ทีมจะเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างน่าประทับใจ แต่ผลงานในช่วงหลังกลับน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะการแพ้ 3 จาก 4 นัดหลังสุด ซึ่งทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับเกมรับและความสามารถในการรับมือกับความกดดันยามเล่นนอกบ้าน อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งไยส์เซิลเป็นไปตามวิสัยทัศน์ระยะยาวของสโมสรที่ต้องการให้เขาเข้ามาสร้างทีมที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน และสโมสรก็พร้อมจะให้เวลาเขาได้พิสูจน์ฝีมือ ในฐานะผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจาก เอ็ดดี้ ฮาว ซึ่งเป็นที่รักของแฟนบอล ไยส์เซิลคงต้องใช้เวลาในการสร้างบารมี แต่หากผลงานยังคงย่ำแย่ต่อไป ความกดดันก็จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน
ไมเคิล คาร์ริค (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด): 50-50 วัดใจบอร์ด
สถานการณ์ของ ไมเคิล คาร์ริค ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั้นค่อนข้างก้ำกึ่ง อดีตกองกลางของทีมปีศาจแดงเข้าใจสโมสรเป็นอย่างดี แต่ผลงานของทีมยังขาดความสม่ำเสมอ ซึ่งสร้างความกังขาว่าเขาสามารถพา ยูไนเต็ด กลับคืนสู่ระดับที่คาดหวังได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม บอร์ดบริหารอาจพร้อมที่จะอดทนกับคาร์ริคมากกว่ากุนซือคนก่อนๆ เพราะไม่ต้องการให้เกิดความไม่มั่นคงจากการเปลี่ยนโค้ชบ่อยครั้ง แม้จะมีขุมกำลังที่แข็งแกร่ง แต่หากผลงานยังไม่กระเตื้อง แฟนบอลอาจหมดความอดทน ซึ่งจะส่งผลให้สโมสรต้องพิจารณาทางเลือกอื่นในท้ายที่สุด
มาร์โก้ โรเซ่ (บอร์นมัธ): บทพิสูจน์บนความคาดหวัง
มาร์โก้ โรเซ่ ผู้จัดการทีม บอร์นมัธ กำลังเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายของพรีเมียร์ลีก หลังจากที่ทีมเกือบได้ไป ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลก่อน การเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมย่อมส่งผลกระทบ แม้ว่าผู้เล่นส่วนใหญ่จะยังคงอยู่ บอร์นมัธเพิ่งจะเก็บชัยชนะนัดแรกในลีกเมื่อไม่นานมานี้ และโรเซ่ต้องการผลงานที่สม่ำเสมอเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตำแหน่งของตัวเอง ความคาดหวังของสโมสรนั้นค่อนข้างเป็นรูปธรรม พวกเขาคงไม่ต้องการให้ทีมตกไปอยู่ในโซนท้ายตารางหลังจากฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จ การพ่ายแพ้อีกไม่กี่นัดอาจทำให้โรเซ่ตกเป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะถูกปลดเป็นคนแรก
ปิแอร์ ซาเก้ (คริสตัล พาเลซ): สถานการณ์วิกฤติสุดขีด
ปิแอร์ ซาเก้ กุนซือของ คริสตัล พาเลซ อยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายที่สุดในบรรดาทั้งหมด แฟนบอลอาจเคยพร้อมให้เวลาเขาปรับตัว โดยเฉพาะหลังจากรับช่วงต่อจาก โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่การเริ่มต้นฤดูกาลที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ด้วยชัยชนะเพียง 2 นัดในลีก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความพ่ายแพ้ยับเยิน 0-5 ให้กับคู่ปรับอย่าง ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ได้สร้างความไม่พอใจอย่างมาก การเสียถึง 3 ประตูภายใน 10 นาทีแรก แสดงให้เห็นถึงทีมที่ขาดความมั่นใจ ไร้ระเบียบ และไม่สามารถต้านทานคู่ต่อสู้ได้ ความพ่ายแพ้ในลักษณะนี้สามารถเปลี่ยนบรรยากาศรอบๆ สโมสรได้ทันที ซาเก้กำลังอยู่ในสถานะที่แทบจะหมดโอกาสแก้ตัว เว้นแต่จะมีผลงานที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งในตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณบ่งบอกถึงการฟื้นตัวนั้น
ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจปลดผู้จัดการทีมนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่ยังพิจารณาจากฟอร์มการเล่น ขวัญกำลังใจในห้องแต่งตัว ปฏิกิริยาของแฟนบอล และความเป็นไปได้ในการหาผู้จัดการทีมที่เหมาะสมมาแทนที่ ในบรรดาทั้งสี่คนนี้ ปิแอร์ ซาเก้ ดูเหมือนจะเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะต้องอำลาตำแหน่งก่อนใคร ตามมาด้วย คาร์ริค และ โรเซ่ ที่กำลังเผชิญความเสี่ยง ส่วน ไยส์เซิล แม้จะไม่ปลอดภัยเต็มร้อย แต่ก็ยังได้รับความเชื่อมั่นและเวลาจาก นิวคาสเซิล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้จัดการทีมคนอื่นอาจไม่มี