มีรายงานยืนยันชัดเจนว่า นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ไม่มีแนวคิดที่จะปล่อยตัว โจลินตัน กองกลางชาวบราซิลออกจากถิ่นเซนต์ เจมส์ พาร์ค แต่อย่างใด แม้จะมีกระแสข่าวลือหนาหูเรื่องการย้ายไปค้าแข้งในลีกซาอุดีอาระเบียในช่วงซัมเมอร์นี้ก็ตาม
สื่อดังอย่าง ฟุตบอล อินไซเดอร์ เผยว่า โจลินตัน เตรียมกลับมามีบทบาทสำคัญในฐานะผู้นำของทีม สาลิกาดง ทันทีที่เขาสลัดอาการบาดเจ็บกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเป็นหลังช่วงพักเบรกทีมชาติ โดยผู้จัดการทีม มัตเธียส ไจส์เซิล มองเห็นถึงประสบการณ์และความสำคัญของนักเตะรายนี้ ในการสร้างทีมให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ความสำคัญของแข้งวัย 30 ปีรายนี้ชัดเจนขึ้นตั้งแต่ก่อนเปิดฤดูกาล เมื่อ ไจส์เซิล ได้แต่งตั้งเขาเป็นรองกัปตันทีมเคียงข้าง แดน เบิร์น แม้ว่า โจลินตัน จะยังไม่ได้ลงเล่นภายใต้การคุมทีมของกุนซือชาวเยอรมันเลยก็ตาม ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวตอกย้ำความเชื่อมั่นที่ผู้จัดการทีมมีต่อเขาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ผ่านช่วงเวลาการเปลี่ยนแปลงของ นิวคาสเซิล จากทีมท้ายตารางสู่ผู้ท้าชิงในเวทียุโรป
การขาดหายไปของ โจลินตัน ถือเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อทีมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการย้ายออกไปของ บรูโน่ กิมาไรส์ และ ซานโดร โตนาลี ในช่วงซัมเมอร์ ความสามารถในการเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง ทั้งในแผงมิดฟิลด์ หรือถอยลงไปช่วยเกมรับ ทำให้ ไจส์เซิล มีทางเลือกทางแทคติกมากขึ้น และที่สำคัญกว่านั้น เขาสามารถเป็นผู้นำและให้คำแนะนำแก่นักเตะอายุน้อยในทีมได้เป็นอย่างดี
สถานการณ์ปัจจุบันยืนยันว่า นิวคาสเซิล ตั้งใจจะรั้งตัว โจลินตัน ไว้กับทีมต่อไปเกินกว่าเดือนมกราคมนี้ แม้จะมีข่าวความสนใจจากสโมสรในซาอุดีอาระเบียก่อนหน้านี้ สโมสรมองว่าเขาเป็นมากกว่าผู้เล่นอาวุโสที่ใกล้หมดประโยชน์ แต่เป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างที่จะสนับสนุนการก้าวไปข้างหน้าของสโมสร การกลับมาของเขาจึงเปรียบเสมือนการได้นักเตะใหม่เข้ามาร่วมทีม ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการจัดทีมของ ไจส์เซิล ที่กำลังพยายามสร้างอัตลักษณ์การเล่นของตัวเองที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค