ในที่สุดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบสุดท้ายก็ใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว และคู่ประเดิมสนามที่น่าจับตามองในกลุ่ม F คือการพบกันระหว่าง ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ และ ทีมชาติญี่ปุ่น ซึ่งจะฟาดแข้งกันที่ AT&T สเตเดียม ในวันอาทิตย์นี้ โดยทั้งสองทีมต่างหวังจะประเดิมสนามด้วยชัยชนะเพื่อกรุยทางสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย
พลพรรคอัศวินสีส้ม ผ่านเข้ามาเล่นในฟุตบอลโลกครั้งนี้ในฐานะแชมป์กลุ่ม G รอบคัดเลือกโซนยุโรป โดยมีคะแนนนำหน้าโปแลนด์ 3 แต้ม ทีมของ โรนัลด์ คูมัน ไม่แพ้ใครเลยในรอบคัดเลือก โดยเสมอเพียงสองนัดกับโปแลนด์ อย่างไรก็ตาม ฟอร์มช่วงหลังของทีมดูเหมือนจะยังไม่เข้าที่นัก พวกเขาแพ้อัลจีเรีย 1-0 ก่อนจะเอาชนะอุซเบกิสถาน 2-1 ในเกมอุ่นเครื่องล่าสุด
ด้าน ทัพซามูไรสีน้ำเงิน โชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่งในรอบคัดเลือกโซนเอเชีย พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่ม B ในรอบสองและแชมป์กลุ่ม C ในรอบสามเหนือออสเตรเลียได้สำเร็จ ทำให้คว้าตั๋วมาเล่นในฟุตบอลโลกได้อย่างสง่างาม ฟอร์มของญี่ปุ่นในช่วงหลังถือว่ายอดเยี่ยมมาก พวกเขาชนะรวด 6 นัดหลังสุด และไม่เสียประตูเลยใน 5 นัดที่ผ่านมา
ความพร้อมของทั้งสองทีม
เนเธอร์แลนด์ต้องเผชิญกับข่าวร้าย เมื่อ ยอร์เรียน ทิมเบอร์ กองหลังคนสำคัญถอนตัวจากทีมเนื่องจากอาการบาดเจ็บโคนขาหนีบไม่หายขาด ทำให้ ลัธชาเรล เกียร์ตรุยดา ถูกเรียกตัวมาติดทีมแทน ขณะที่ขุมกำลังหลักอย่าง เฟรงกี้ เดอ ยอง, เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และ เมมฟิส เดอปาย ยังคงพร้อมเป็นแกนหลัก
ส่วนญี่ปุ่นก็มีปัญหาเช่นกัน เมื่อ วาตารุ เอ็นโดะ กัปตันทีมได้รับบาดเจ็บที่เท้าและประกาศอำลาทีมชาติไปแล้ว ซึ่งนับเป็นการสูญเสียกำลังสำคัญ นอกจากนี้ คาโอรุ มิโตมะ ปีกตัวเก่งก็ไม่ได้ร่วมทีมเนื่องจากอาการบาดเจ็บเช่นกัน ทำให้ ฮาจิเมะ โมริยาซุ กุนซือทีมชาติญี่ปุ่นต้องพึ่งพาฝีเท้าของ ทาเคฟุสะ คุโบะ และ จุนยะ อิโตะ ในการสร้างสรรค์เกมรุก
จากการวิเคราะห์สถานการณ์และฟอร์มการเล่นของทั้งสองทีม คาดว่าจะเป็นเกมที่สูสีและน่าจะจบลงด้วยการแบ่งแต้ม เนื่องจากญี่ปุ่นมีเกมรับที่เหนียวแน่น ขณะที่เนเธอร์แลนด์ก็ยังคงมีปัญหาในเกมรับเล็กน้อย การแข่งขันครั้งนี้จึงมีแนวโน้มที่จะจบลงด้วยผลเสมอ 1-1.