มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมจอมแท็คติกของ อาร์เซน่อล ได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะไม่พิจารณาปล่อยตัว มาร์ติน ซูบิเมนดี้ กองกลางชาวสเปนออกจากถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมนี้ แม้จะมีกระแสข่าวลือว่านักเตะไม่ค่อยพอใจกับโอกาสในการลงสนามก็ตาม
จากรายงานของสื่อต่างประเทศอย่าง Football Insider เผยว่า อาร์เตต้า ยังคงมองว่าซูบิเมนดี้เป็นฟันเฟืองสำคัญในแผนการทำทีมของเขาสำหรับฤดูกาลปัจจุบัน และไม่น่าจะอนุมัติการย้ายทีมในช่วงปีใหม่นี้อย่างแน่นอน
แม้ว่าแดนกลางของทัพ "ปืนใหญ่" จะมีการแข่งขันสูง และนักเตะแต่ละคนต่างต้องพยายามอย่างหนักเพื่อแย่งชิงตำแหน่งตัวจริง อาร์เตต้าต้องการให้เกิดการแข่งขันภายในทีมอยู่เสมอ นักเตะทุกคนต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อโอกาสในการลงสนาม การมาของ บรูโน่ กิมาไรส์ รวมถึงฟอร์มอันโดดเด่นของดาวรุ่งอย่าง ไมล์ส ลูอิส-สเคลลี่ย์ ก็ยิ่งทำให้การแย่งตำแหน่งในแผงมิดฟิลด์เข้มข้นขึ้นไปอีก ซึ่งบ่งชี้ถึงความตั้งใจของกุนซือชาวสเปนที่ต้องการยกระดับมาตรฐานของทีม
ซูบิเมนดี้ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับทั้ง เรอัล มาดริด และ เชลซี ช่วงท้ายตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ตอนนั้นเจ้าตัวก็ไม่ได้มีแนวโน้มที่จะย้ายออกจากทีมแต่อย่างใด อาร์เตต้าปิดประตูการย้ายทีมไปแล้ว แม้ว่าในฤดูกาลนี้เขาจะได้ลงสนามเป็นตัวจริงเพียงนัดเดียวในตำแหน่งแบ็คขวาในศึกคาราบาว คัพ แต่ก็ยังถูกมองว่าเป็นส่วนสำคัญของทีม
มีข่าวลือว่าซูบิเมนดี้อาจมองหาทางย้ายทีมในเดือนมกราคมนี้ แต่จากท่าทีของอาร์เตต้า ดูเหมือนว่ากระแสข่าวเหล่านั้นคงจะเริ่มซาลงไปในไม่ช้า ผู้จัดการทีมต้องการรักษานักเตะชุดปัจจุบันไว้ให้ครบตลอดทั้งฤดูกาล เพื่อเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของสโมสร และซูบิเมนดี้ก็ยังคงเป็นหนึ่งในแผนการเหล่านั้น กองกลางวัย 24 ปีรายนี้ย้ายมาร่วมทีมอาร์เซน่อลด้วยค่าตัว 60 ล้านปอนด์ และมีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลแรก แม้ฟอร์มจะดร็อปลงไปบ้างช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว แต่ก็ยังเชื่อว่าเขาจะมีบทบาทสำคัญในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทีมต้องลงสนามถี่ขึ้น
แม้จะมีข่าวว่าซูบิเมนดี้ไม่พอใจกับสถานการณ์เรื่องเวลาลงสนาม แต่รายงานยังระบุว่าเขายังคงมุ่งมั่นที่จะต่อสู้เพื่อตำแหน่งตัวจริง เขากำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากฤดูกาลที่หนักหน่วง และยังเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติสเปนชุดแชมป์โลก อาร์เตต้าไม่น่าจะอนุมัติการย้ายทีมในเดือนมกราคมนี้ ทำให้ซูบิเมนดี้ยังคงต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อโอกาสในการลงสนามอย่างสม่ำเสมอต่อไป