มีรายงานจากวงในเปิดเผยว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ให้ความสนใจในตัวของ ฟาเบียน เฮอร์เซอเลอร์ ผู้จัดการทีมของ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน โดยเล็งเห็นถึงศักยภาพในการเข้ามาคุมทัพปีศาจแดง หากสถานการณ์ของ ไมเคิล คาร์ริค ไม่เป็นใจ
แหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า บอร์ดบริหารของทีมปีศาจแดงประทับใจในแนวทางการทำทีมที่เน้นเกมรุกและพลังงานสูงของ เฮอร์เซอเลอร์ เป็นอย่างมาก กุนซือวัย 33 ปีรายนี้ได้สร้างผลงานน่าประทับใจกับทัพนกนางนวล โดยพาทีมออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างแข็งแกร่ง ปัจจุบันรั้งอันดับสามของตารางพรีเมียร์ลีก
ไบรท์ตันภายใต้การคุมทีมของ เฮอร์เซอเลอร์ ทำผลงานชนะ 3 จาก 5 นัดแรก รวมถึงชัยชนะเหนือทีมแกร่งอย่าง แอสตัน วิลล่า และ อาร์เซน่อล นอกจากนี้ยังเคยถล่ม โคเวนทรี ซิตี้ ไปถึง 5-0 ซึ่งล้วนแสดงให้เห็นถึงปรัชญาการทำทีมที่เน้นเกมบุกเป็นหลัก ซึ่งไปเตะตาบรรดาผู้บริหารของแมนฯ ยูไนเต็ด โดยสิ้นเชิง
ปัจจุบัน ทัพนกนางนวลยังเป็นทีมที่ทำประตูได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก โดยยิงไป 16 ประตูจาก 5 นัด และมีค่าเฉลี่ยการครองบอลสูงถึง 64.8% รวมถึงสร้างโอกาสทอง 22 ครั้ง และมีโอกาสยิงเข้ากรอบถึง 5.8 ครั้งต่อเกม ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในลีก สถิติเหล่านี้ยืนยันได้ดีว่า เฮอร์เซอเลอร์ ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมดาวรุ่งที่น่าจับตามองมากที่สุดในฟุตบอลอังกฤษ
ในทางกลับกัน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ คาร์ริค กลับออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างน่าผิดหวัง เก็บได้เพียง 5 คะแนนจาก 5 นัดแรกในพรีเมียร์ลีก ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 2 โดยเฉพาะความพ่ายแพ้ต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เหลือ 10 คน และการตกรอบคาราบาว คัพ ด้วยน้ำมือของไบรท์ตันเอง ได้สร้างแรงกดดันให้กับ คาร์ริค ไม่น้อย แม้ว่าในเวลานี้ตำแหน่งของเขาจะยังไม่ตกอยู่ในอันตรายในทันที แต่หากฟอร์มการเล่นของทีมยังคงย่ำแย่ต่อไป เฮอร์เซอเลอร์ ก็จะเป็นตัวเลือกอันดับแรกที่บอร์ดบริหารพิจารณา
อย่างไรก็ตาม การดึงตัว เฮอร์เซอเลอร์ มาสู่ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด อาจต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก เนื่องจาก INEOS เจ้าของสโมสร ได้จ่ายเงินชดเชยให้กับ เอริค เทน ฮาก และ รูเบน อโมริม ไปแล้วราว 31 ล้านปอนด์ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินฟุตบอลคาดการณ์ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด อาจต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับไบรท์ตันสูงถึง 15 ล้านปอนด์ แม้ว่าไบรท์ตันจะเพิ่งต่อสัญญากับ เฮอร์เซอเลอร์ จนถึงปี 2029 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อกันท่าความสนใจจากทีมอื่น แต่ก็ไม่ได้ทำให้กระแสข่าวการย้ายทีมของเขาลดลงไปแต่อย่างใด