คืนวันพุธนี้ แฟนบอลทั่วโลกเตรียมพบกับบิ๊กแมตช์แห่งศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ เตรียมเปิดรังเอติฮัด สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง (เปแอสเช) มหาอำนาจจากฝรั่งเศส ทั้งสองทีมต่างต้องการสานต่อฟอร์มอันยอดเยี่ยมจากการแข่งขันเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อรักษาเส้นทางอันสมบูรณ์แบบในถ้วยใบใหญ่ของยุโรปต่อไป
แมนฯ ซิตี้ เพิ่งแสดงความแข็งแกร่งด้วยการบุกไปเอาชนะ ลิเวอร์พูล ถึงถิ่น 3-0 หลังต้องเผชิญหน้ากับประเด็นเรื่องการละเมิดกฎทางการเงินของพรีเมียร์ลีก ชัยชนะครั้งนี้ส่งผลให้พวกเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจก่อนเกมสำคัญ ขณะที่ เปแอสเช ซึ่งรั้งตำแหน่งแชมป์ยุโรปสองสมัยซ้อน แม้ฟอร์มในลีกจะไม่คงเส้นคงวาเท่าที่ควร แต่ชื่อชั้นในเวทียุโรปของพวกเขาก็ยังคงน่าเกรงขาม และพร้อมที่จะสร้างปัญหาให้กับเจ้าบ้านได้อย่างแน่นอน
เดิมพันสำคัญในกลุ่มแห่งความตาย
การพบกันครั้งนี้ถือเป็นเกมที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อทั้งสองฝ่ายในการผ่านเข้ารอบ แม้ว่าทั้งคู่จะยังพอมีพื้นที่ให้ผิดพลาดได้ในรอบแบ่งกลุ่ม แต่ แมนฯ ซิตี้ ต้องการชัยชนะเพื่อตอกย้ำฟอร์มอันร้อนแรงในช่วงหลัง ส่วน เปแอสเช ก็หวังที่จะรักษาศักดิ์ศรีในเวทียุโรปด้วยการบุกมาเก็บผลการแข่งขันที่ดีกลับบ้านไป ด้วยศักยภาพเกมรุกอันจัดจ้านของทั้งสองทีม ทำให้เกมนี้มีโอกาสที่จะเปิดหน้าแลกกันอย่างดุเดือด หากทีมใดเล่นแบบประมาทก็อาจถูกลงโทษได้ทุกเมื่อ
สำหรับ แมนฯ ซิตี้ ผลงานอันยอดเยี่ยมที่บุกไปชนะลิเวอร์พูลนั้นเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าพวกเขาสามารถรับมือกับแรงกดดันจากภายนอกได้ และยังคงรักษาโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่องมาจากผลงานชนะรวดหลายนัดติดต่อกัน รวมถึงสถิติคลีนชีทถึง 4 จาก 5 เกมหลังสุด ซึ่งบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งของเกมรับ ส่วน เปแอสเช แม้จะชนะมาตลอด แต่ชัยชนะเหนือ เลอ ม็องส์ 3-1 ในลีก ก็เผยให้เห็นถึงความไม่ลงตัวในการหมุนเวียนนักเตะ ซึ่งอาจเป็นจุดที่ หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือของทีม ต้องกลับไปทำการบ้าน
วิเคราะห์แท็คติกและผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
คาดว่า แมนฯ ซิตี้ จะจัดทัพในระบบ 4-2-3-1 ผู้รักษาประตูเป็น จานลุยจิ ดอนนารุมม่า แผงหลังประกอบด้วย มาเธอุส นูเนส, รูเบน ดิอาส, มาร์ก เกฮี และ ยอชโก้ กวาร์ดิโอล คู่กองกลางตัวรับคือ เอ็นโซ เฟอร์นันเดซ ที่จะคอยขับเคลื่อนเกม และ เอลเลียต แอนเดอร์สัน ที่จะช่วยป้องกันแนวรับ ส่วนแนวรุกจะมี อองตวน เซเมนโย่ ทางขวา, เฌเรมี่ โดกู ทางซ้าย และ รายาน แชร์กี้ ในบทบาทเพลย์เมกเกอร์ตัวรุกด้านหลังกองหน้าตัวเป้าอย่าง เออร์ลิง ฮาลันด์
ทางฝั่ง เปแอสเช น่าจะมาในระบบ 4-3-3 โดยมี มัตเวย์ ซาโฟนอฟ เป็นผู้รักษาประตู แบ็คขวา-ซ้ายเป็น อัชราฟ ฮาคิมี่ และ นูโน่ เมนเดส คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟคือ มาร์กินญอส และ วิลเลียน ปาโช่ โดยมี วิตินญ่า เป็นมิดฟิลด์ตัวรับ และ เจา เนเวส กับ ฟาเบียน รุยซ์ คอยเชื่อมเกมรุก ส่วนสามประสานแดนหน้าคาดว่าจะเป็น เฟร์รัน ตอร์เรส, ควิชา ควารัตสเคเลีย และ อุสมาน เดมเบเล่ กองหน้าตัวเป้าผู้มีผลงานโดดเด่นในเกมยุโรป
ผลการแข่งขันที่คาดการณ์
เกมนี้จะเป็นการต่อสู้ทางแท็คติกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการดวลกันระหว่าง เออร์ลิง ฮาลันด์ กับ มาร์กินญอส ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ชี้ชะตาเกม ไม่ว่าจะเป็นการครองบอล หรือการสร้างโอกาสบุก นอกจากนี้การดวลกันระหว่าง เฌเรมี่ โดกู กับ อัชราฟ ฮาคิมี่ ทางริมเส้นก็จะเป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องจับตามอง
ด้วยฟอร์มการเล่นล่าสุดของทั้งสองทีม แมนฯ ซิตี้ มีเกมรับที่เหนียวแน่นกว่า โดยเก็บคลีนชีทได้ถึง 4 จาก 5 เกมหลังสุด ขณะที่ เปแอสเช มีเกมรุกที่เฉียบคมกว่า ด้วยค่าเฉลี่ย 3 xG (โอกาสทำประตูที่คาดว่าจะได้) ในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้คาดการณ์ได้ยากว่าใครจะเป็นผู้ชนะ อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้สูงที่เกมนี้จะจบลงด้วยผลเสมอ โดยสกอร์ที่น่าจะเป็นไปได้คือ 1-1, 2-2 หรือ 2-1 หาก แมนฯ ซิตี้ ใช้ความได้เปรียบในการเล่นในบ้านและเกมรับที่แข็งแกร่งกว่า ก็อาจจะเบียดคว้าชัยไปได้ในที่สุด