ทัพ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมสานต่อผลงานสุดแกร่งในพรีเมียร์ลีก เมื่อมีคิวเปิดบ้านรับการมาเยือนของน้องใหม่อย่าง โคเวนทรี ซิตี้ ในวันเสาร์นี้ โดยลูกทีมของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า หวังเก็บสามแต้มเพื่อรักษาตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป
เกมล่าสุด แมนฯ ซิตี้ เพิ่งโชว์ฟอร์มเยี่ยมบุกไปเอาชนะ คริสตัล พาเลซ ได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งในเกมนั้น ราย็อง เชอร์กี้ กองกลางตัวรุกชาวฝรั่งเศส ได้รับคำชมอย่างมากจากการทำสองประตูและคว้ารางวัลแมนออฟเดอะแมตช์ไปครอง หลัง เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ทำประตูขึ้นนำให้ทีมได้ก่อนในครึ่งแรก ชัยชนะนัดนี้ทำให้แมนฯ ซิตี้ ออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างสวยงาม เก็บชัยชนะได้สองนัดติดต่อกันหลังจากที่เปิดหัวด้วยการเอาชนะ บอร์นมัธ มาได้
ขณะเดียวกัน โคเวนทรี ซิตี้ ประสบปัญหาในช่วงเริ่มต้นการกลับมาสู่พรีเมียร์ลีก โดยลูกทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด แพ้มาแล้วทั้งสองนัดแรก เริ่มจากบุกไปแพ้แชมป์เก่า อาร์เซนอล 3-0 และล่าสุดก็มาพ่ายให้กับน้องใหม่อีกทีมอย่าง ฮัลล์ ซิตี้ คาบ้าน 1-0 จากประตูชัยของ เลียม มิลลาร์ ทำให้พวกเขายังคงต้องมองหาแต้มแรกในลีกต่อไป การมาเยือนถิ่นเอติฮัด สเตเดียม ถือเป็นงานที่หนักอึ้ง แม้แต่การเก็บหนึ่งคะแนนกลับไปได้ก็ถือเป็นผลงานที่น่าทึ่งแล้ว
ความพร้อมของเจ้าบ้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะยังคงไม่มี เฌเรมี่ โดกู แนวรุกตัวเก่งที่ยังบาดเจ็บ รวมถึง มาเธอุส นูเนส ที่ยังต้องลุ้นความฟิต อย่างไรก็ตาม คาดว่า เอ็นโซ่ มาเรสก้า จะยังคงยึดผู้เล่นชุดเดิมที่โชว์ฟอร์มดีจากเกมกับพาเลซ โดยมี อับดูโคดิร คูซานอฟ ยืนแบ็คขวา และอาจจะได้เห็น เอ็นโซ เฟร์นานเดซ กองกลางค่าตัวสถิติสโมสรประเดิมสนามเต็มตัว หรืออาจจะส่งลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง ส่วนแนวรุกยังคงฝากความหวังไว้ที่ ฟิล โฟเด้น, อองตวน เซเมนโย่ และ ราย็อง เชอร์กี้ ที่กำลังทำผลงานได้โดดเด่น โดยมี เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ เป็นหัวหอกตัวเป้า
ทางด้านทีมเยือน โคเวนทรี ซิตี้ จะยังไม่มี ฮาจิ ไรท์ กองหน้าคนสำคัญที่บาดเจ็บยาว ขณะที่ แฟรงค์ ออนเยก้า และ ซิดิกิ เชริฟ ยังต้องรอเช็กความฟิต ส่วน บ็อบบี้ โธมัส กองหลังที่ถูกเปลี่ยนออกด้วยอาการตะคริวในเกมล่าสุด น่าจะพร้อมสำหรับเกมนี้ คาดว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด จะยังคงใช้ระบบ 4-3-3 โดยมี ไทโว อโวนิยี่ เป็นกองหน้าตัวเป้า ขนาบข้างด้วย ลูม ชาอูน่า และ เอฟรอน เมสัน-คลาร์ก
จากฟอร์มการเล่นในปัจจุบันและศักยภาพของทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดูเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด และมีแนวโน้มสูงที่จะเก็บชัยชนะในเกมนี้ได้อย่างสบาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผลงานที่ยอดเยี่ยมของ ราย็อง เชอร์กี้ ที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่น และสถิติของเรือใบสีฟ้าที่มักจะทำได้ดีกับทีมที่เพิ่งเลื่อนชั้น ทำให้คาดการณ์ว่า แมนฯ ซิตี้ จะสามารถคว้าสามแต้ม พร้อมรักษาสถิติคลีนชีทได้ไม่ยาก