แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยักษ์ใหญ่จากพรีเมียร์ลีก เตรียมกลับมาลงสนามในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มอีกครั้ง โดยมีคิวเปิดรังเหย้า เอติฮัด สเตเดียม ต้อนรับการมาเยือนของ เออีเค เอเธนส์ ในคืนวันอังคารนี้ โดยเป้าหมายหลักคือการกลับมาเก็บชัยชนะให้ได้ หลังจากฟอร์มในถ้วยยุโรปยังไม่เข้าที่นัก
ทัพเรือใบสีฟ้าเพิ่งจะกลับมาคืนฟอร์มเก่งในลีกด้วยการเอาชนะ อิปสวิช ทาวน์ ไปได้ 3-2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แม้จะได้สามแต้มแต่ก็ยังคงทิ้งความกังวลจากเกมที่พ่าย ปารีส แซงต์-แชร์กแมง 4-2 คาบ้าน อย่างไรก็ตาม การแสดงผลงานอันยอดเยี่ยมในช่วงครึ่งหลังของทีมภายใต้การคุมทีมของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ก็ทำให้แฟนบอลคลายใจได้บ้าง
ในเกมสุดสัปดาห์ เออร์ลิง ฮาลันด์ ยังคงโชว์ฟอร์มร้อนแรงต่อเนื่องด้วยการยิงประตูได้เป็นนัดที่ 8 ติดต่อกัน แต่กระนั้น แมนฯ ซิตี้ ก็ต้องออกแรงอย่างหนักกับทีมน้องใหม่ และยังแสดงให้เห็นถึงความเปราะบางในแนวรับด้วยการเสียถึงสองประตู ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความผิดพลาดของ มาร์ค เกอฮี ในแผงหลัง
ความพร้อมของทั้งสองทีม
สำหรับเกมกลางสัปดาห์นี้ คาดการณ์ว่า เออร์ลิง ฮาลันด์ อาจจะได้รับโอกาสพักผ่อน แม้ว่า มาเรสก้า จะยืนยันว่าดาวยิงนอร์เวย์พร้อมลงสนาม แต่ด้วยโปรแกรมที่อัดแน่น การหมุนเวียนนักเตะจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น นอกจากนี้ มาเตโอ โควาซิช และ มาเธอุส นูเนส ก็ถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมล่าสุดด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บ ส่วน อองตวน เซเมนโย่ จะพลาดลงสนาม 2 เดือนจากอาการบาดเจ็บเข่า ขณะที่ นิโก้ โอไรล์ลีย์ ก็หมดสิทธิ์ลงช่วยทีมเนื่องจากเจ็บหลัง
ด้านทีมเยือน เออีเค เอเธนส์ เพิ่งจะพ่ายให้กับ ชัคตาร์ โดเนตส์ก 3-1 ในศึกแชมเปียนส์ลีก ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกในฤดูกาลนี้และเป็นครั้งแรกที่เสียถึงสามประตูในเกมทางการนับตั้งแต่เดือนเมษายน ทีมของ มาร์โก นิโคลิช จะต้องพบกับบททดสอบที่หนักหนาในการรับมือกับหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในรายการนี้
คาดว่า ฟิล โฟเด้น จะได้รับบทบาทสำคัญมากขึ้นในเกมนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากแมนฯ ซิตี้มีการโรเตชั่นผู้เล่น แนวรุกคนสำคัญหลายคน ด้วยความสามารถในการเคลื่อนที่และเชื่อมเกมของเขา น่าจะสร้างปัญหาให้กับแนวรับของเออีเคได้ไม่น้อย ขณะที่ เออีเค ที่มีเวลาเตรียมทีมเต็มที่หนึ่งสัปดาห์ อาจจะใช้แผนเน้นรับแน่นและรอโอกาสสวนกลับจากความเร็วของคู่กองหน้าอย่าง ลูก้า โยวิช และ บาร์นาบาส วาร์ก้า ที่ต่างยิงไปแล้ว 4 ประตูในลีก
แม้ว่า แมนฯ ซิตี้ จะแสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนในเกมรับในช่วงหลัง แต่คุณภาพโดยรวมของทีมยังคงเหนือกว่ามาก แม้จะมีการหมุนเวียนผู้เล่นก็ตาม ประกอบกับสถิติที่ไม่ดีของ เออีเค เมื่อต้องมาเยือนทีมจากอังกฤษในแชมเปียนส์ลีก ทำให้คาดว่า เอ็นโซ่ มาเรสก้า และลูกทีมจะสามารถเก็บชัยชนะในบ้านได้ในที่สุด.