ศึกฟุตบอลยูโรปา ลีก นัดสำคัญประจำวันพฤหัสบดีนี้ จะเป็นการพบกันระหว่าง โอลิมปิก ลียง ทีมดังจากฝรั่งเศส และ คริสตัล พาเลซ ตัวแทนจากอังกฤษ ที่สนามกรุปามา สเตเดี้ยม โดยทั้งสองสโมสรต่างต้องการผลงานที่ดีต่อเนื่อง หลังออกสตาร์ทในรายการนี้ได้อย่างน่าประทับใจ
ทัพ "ปราสาทเรือนแก้ว" คริสตัล พาเลซ เพิ่งเรียกความมั่นใจกลับมาได้เต็มที่ หลังจากพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 3-1 ในลีก ซึ่งเป็นชัยชนะที่ต่อยอดมาจากฟอร์มอันยอดเยี่ยมในถ้วยยุโรปที่ถล่ม เลช พอซนัน 4-0 ขณะที่เจ้าบ้าน ลียง กลับต้องเผชิญกับความพ่ายแพ้ครั้งแรกในฤดูกาลนี้ต่อ ล็องส์ 1-2 ในเกมลีกสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้เกมนี้ ลียง จำเป็นต้องกลับมาเก็บชัยชนะในบ้านให้ได้ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา
การที่ลียงต้องเจอกับความพ่ายแพ้ครั้งแรก ทำให้เกมนี้มีความสำคัญมากกว่าแค่การเริ่มต้นที่ดีในยุโรป โดยทีมของ ปิแอร์ ซาจ จำเป็นต้องใช้ความได้เปรียบในการเล่นในบ้านเพื่อกลับมาควบคุมสถานการณ์ในฤดูกาลของพวกเขา ในทางกลับกัน พาเลซ สามารถพอใจกับการมีแต้มติดมือกลับไปได้ แม้เป้าหมายหลักคือการคว้าชัยชนะก็ตาม หากทีมใดทีมหนึ่งพ่ายแพ้ในเกมนี้ จะส่งผลกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะกับ ลียง ที่ต้องแบกรับความกดดันสูงในการเปลี่ยนแผนเกมรุกให้เป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
สำหรับสภาพความพร้อมของทั้งสองทีม ลียง มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหลายราย โดยเฉพาะแนวรับ โมฮาเหม็ด อูเอดราโอโก้ เอ็นไขว้หน้าฉีกพักยาวหลายเดือน และ นิโคลัส ตาเกลียฟิโก้ เจ็บกล้ามเนื้อ ทำให้แนวรับต้องปรับทัพใหม่ทั้งหมด คาดว่า อับเนอร์ จะยืนแบ็คซ้าย โดยมี รูเบน คลูอิเวอร์ท และ เฟลิกซ์ บาเชอร์ เป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็ค ส่วน โดมินิก เกรฟ จะลงเฝ้าเสา และ แซ็คคารี อะเตคาเม เป็นแบ็คขวา ด้านแผงมิดฟิลด์ ไทเลอร์ มอร์ตัน จะเป็นตัวรับเพียงคนเดียว โดยมี โคเรนติน โตลิสโซ่ และ แมดส์ บิดสตรุป ประสานงานกัน ส่วนแนวรุกฝากความหวังไว้ที่ เคโตะ นากามูระ และ คาอิล บูดาเช่ ขึ้นเกมริมเส้น โดยมี พาเวล ซูล์ค รับบท False Nine แทน ลัวส์ โอเปนดา ที่บาดเจ็บหนัก
ขณะที่ คริสตัล พาเลซ ก็ประสบปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเช่นกัน โดย ทาเคฮิโร่ โทมิยาสุ (น่อง), ชาดี ริอัด (เข่า) รวมถึง ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า (แฮมสตริง) และ ดีน เฮนเดอร์สัน (เท้า) ล้วนหมดสิทธิ์ลงสนาม ทำให้แนวรับของ พาเลซ ต้องปรับทัพเช่นกัน คาดว่า วอลเตอร์ เบนิเตซ จะลงเฝ้าเสา โดยมี ออเนสต์ อฮานอร์, เจย์ดี คานโวท และ คริส ริชาร์ดส์ เป็นสามเซ็นเตอร์แบ็ค แผงกลางจะมี อดัม วอร์ตัน และ ควินเตน ทิมเบอร์ คุมจังหวะ โดยมี ไทริค มิทเชลล์ และ อนัน คาลิลี่ เป็นวิงแบ็ค ส่วนแนวรุก ไดจิ คามาดะ และ เยเรมี ปีโน่ จะสนับสนุน ยอร์เกน สแตรนด์ ลาร์เซ่น ที่ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า
มองจากรูปเกม ลียงน่าจะมาในระบบ 4-3-3 ที่เน้นเกมรุกเต็มตัว เพื่อกดดันแนวรับสามคนของพาเลซ และบังคับให้วิงแบ็คของทีมเยือนต้องลงมาช่วยเกมรับมากขึ้น หาก ลียง สามารถรักษาพื้นที่เกมรุกด้านกว้างได้ จะทำให้ คริสตัล พาเลซ มีพื้นที่เล่นเกมรุกน้อยลง และอาจเปิดโอกาสให้กองหน้าของ ลียง สร้างอันตรายได้ง่ายขึ้น
แม้ว่าผลงาน 5 นัดหลังสุดของ พาเลซ จะทำประตูได้มากกว่า ลียง (12 ประตูต่อ 10 ประตู) แต่ ลียง กลับเสียประตูน้อยกว่าอย่างชัดเจน (4 ประตูต่อ 6 ประตู) ซึ่งบ่งชี้ว่า ลียง มีเกมรับที่แข็งแกร่งกว่า และนี่จะเป็นจุดที่พาเลซต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก หากไม่สามารถทะลวงแนวรับของ ลียง ได้ตั้งแต่ช่วงต้นเกม โอกาสที่จะโดนสวนกลับและเสียประตูจะสูงขึ้นทันที
คาดการณ์ว่าเกมนี้จะเป็นเกมที่สูสี และมีโอกาสออกได้หลายหน้า แต่จากความได้เปรียบในการเล่นในบ้าน และความมุ่งมั่นที่จะเก็บชัยชนะเพื่อเรียกขวัญกำลังใจ คาดว่า โอลิมปิก ลียง น่าจะเป็นฝ่ายที่สามารถเบียดเอาชนะไปได้ในที่สุด ด้วยสกอร์เฉียดฉิว 2-1 หรือ 2-0 แต่โอกาสเสมอ 1-1 ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน