ฟุตบอลถ้วยคาราบาว คัพ กลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้งในรอบที่ 3 และคู่เอกประจำค่ำคืนวันอังคารนี้อยู่ที่สนามแอนฟิลด์ เมื่อ ลิเวอร์พูล มีคิวดวลกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ โดยทั้งสองทีมต่างก็เพิ่งลงสนามในเกมพรีเมียร์ลีกมาเมื่อสุดสัปดาห์ แต่กลับมีสถานการณ์และฟอร์มการเล่นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
หงส์แดงยังคงรักษาผลงานไร้พ่ายในฤดูกาล 2026/27 แม้จะสะดุดเสมอในลีกมา 2 นัดติดต่อกัน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงสปิริตอันยอดเยี่ยมในการไล่ตามตีเสมอคู่แข่ง ส่วนไก่เดือยทองนั้นกลับอยู่ในช่วงเวลาที่น่าเป็นห่วง พวกเขาไม่สามารถยิงประตูคู่แข่งได้เลยในเกมพรีเมียร์ลีก แถมยังใช้เงินเสริมทัพไปมหาศาลในช่วงซัมเมอร์ ทำให้ความกดดันเริ่มถาโถมเข้าใส่ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ กุนซือของทีม
ความพร้อมของทั้งสองทีม
ฝั่ง ลิเวอร์พูล ของกุนซือ อันโดนี่ อิราโอลา ได้รับข่าวดีเมื่อ โจ โกเมซ กลับมาซ้อมและพร้อมเป็นตัวเลือกในเกมนี้ ทำให้เหลือเพียง 4 ผู้เล่นที่ยังอยู่ในห้องพยาบาล ทีมจะมาในระบบ 4-2-3-1 โดยมี จอร์จี้ มามาร์ดาชวิลี่ เฝ้าเสา แผงหลังประกอบด้วย เจเรมี่ ฟริมปง, โรนัลด์ อเราโฆ่, วัตารุ เอ็นโด และ คอสตาส ซิมิกาส คู่มิดฟิลด์ใช้ เทรย์ นโยนี่ กับ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ โดยมี หลุยส์ คูมาส ทำเกมรุกร่วมกับ ริโอ อึนกูโมฮา และ วิคเตอร์ มูนญอซ ส่วนหน้าเป้าเป็น โคดี้ กัคโป
ขณะที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ของ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ประสบปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหลายราย ล่าสุดคือ ซานโดร โตนาลี่ ที่เจ็บจากเกมลีก ทำให้มีผู้เล่นบาดเจ็บถึง 6 ราย แต่ได้ เดสตินี่ อูโดกี้ กลับมาฟิตพร้อมลงสนาม คาดว่าไก่เดือยทองจะจัดทัพในระบบ 4-2-3-1 เช่นกัน นำโดย อันโตนิน คินสกี้ เป็นผู้รักษาประตู แผงหลังมี อาร์ชี เกรย์, โทซิน อดาราบิโอโย่, มาร์กอส เซเนซี่ และอดีตแข้งหงส์แดงอย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน คู่กองกลางเป็น มาเตอุส แฟร์นานเดส กับ ลูคัส เบิร์กวอลล์ โดยมี คอนอร์ กัลลาเกอร์ เป็นจอมทัพ และสามประสานแนวรุกคือ โมฮัมเหม็ด คูดุส, ซาวิโอ และ โดมินิก โซลันกี้ เป็นหน้าเป้า
นักเตะที่น่าจับตามองและผลการแข่งขันที่คาด
ในเกมนี้ โคดี้ กัคโป กองหน้าของลิเวอร์พูล คือผู้เล่นที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ ด้วยฟอร์มการทำประตูในคาราบาว คัพ ที่ยอดเยี่ยม (9 ประตู) และการมีส่วนร่วมกับประตูในลีกฤดูกาลนี้ (1 ประตู 3 แอสซิสต์) ดัตช์แมนรายนี้จะเป็นหัวใจสำคัญในแนวรุกของหงส์แดง
แม้ลิเวอร์พูลอาจจะยังไม่เข้าที่เข้าทางภายใต้การทำทีมของอิราโอลา แต่สปิริตและความมุ่งมั่นของทีมก็ยังคงสูง ขณะที่สเปอร์สยังคงมีปัญหาเรื่องการจบสกอร์อย่างหนัก จึงเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะบุกมาสร้างความอันตรายถึงแอนฟิลด์ได้ ด้วยฟอร์มที่กำลังร้อนแรงของกัคโป และความได้เปรียบในการเล่นในบ้าน ทำให้ลิเวอร์พูลน่าจะผ่านเข้ารอบต่อไปได้ไม่ยากเย็นนัก คาดว่าเกมนี้จะจบลงด้วยชัยชนะของลิเวอร์พูล 2-0