ลามีน คามาร่า มิดฟิลด์อนาคตไกลของ อาแอส โมนาโก ได้ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับดีลย้ายทีมที่ต้องล้มเหลวไปกับ เชลซี ในช่วงวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ โดยเขายืนยันว่าได้ “เปิดหน้าใหม่” และเดินหน้าต่อกับต้นสังกัดเดิมแล้ว
ก่อนหน้านี้ สื่อต่างประเทศได้รายงานว่า เชลซี ตกลงค่าตัวกับ โมนาโก ได้ที่ 47 ล้านปอนด์ และตัวคามาร่าเองก็เข้ารับการตรวจร่างกายกับทีมสิงห์บลูส์เรียบร้อยแล้วในช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซัมเมอร์ อย่างไรก็ตาม สโมสรจากลีกเอิงกลับลำยกเลิกการซื้อขายในนาทีสุดท้าย ทำให้เชลซีแสดงความไม่พอใจอย่างมาก
“มันมีความเป็นไปได้ที่ผมจะได้ย้ายทีม” คามาร่า ให้สัมภาษณ์กับสื่อฝรั่งเศสผ่าน Sky Sports “แต่มันไม่สำเร็จในนาทีสุดท้าย และนี่คือส่วนหนึ่งของฟุตบอล ผมเปิดหน้าใหม่แล้ว และกำลังมุ่งมั่นกับฤดูกาลนี้” กองกลางชาวเซเนกัลวัย 22 ปี เน้นย้ำว่าตอนนี้เขาหันกลับมาให้ความสำคัญกับ โมนาโก เต็มที่ และเพิ่งลงสนามในเกมที่เสมอกับ สตราสบูร์ก 1-1 ซึ่งเป็นทีมที่เจ้าของเดียวกันกับเชลซี ทำให้สถานการณ์ดูแปลกประหลาดเล็กน้อยหลังจากการย้ายทีมล้มเหลว
คามาร่า ยังได้กล่าวเสริมว่า “ผมสามารถช่วยทีมได้มาก ฟุตบอลมันเปลี่ยนแปลงเร็ว อาจจะมีโอกาสอื่นเข้ามาอีก แต่ตอนนี้ผมยังคงมุ่งมั่นกับฤดูกาลของโมนาโก” ทั้งนี้ เชลซี ได้มอง คามาร่า เป็นตัวเลือกในการเสริมทัพในแดนกลาง หลัง เอ็นโซ่ เฟอร์นานเดซ มีข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายไปร่วมทัพ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งสุดท้าย เฟอร์นานเดซ ก็ย้ายไป แมนฯ ซิตี้ ด้วยค่าตัวสถิติเกาะอังกฤษที่ 125 ล้านปอนด์
สาเหตุหลักที่ โมนาโก ตัดสินใจยกเลิกดีลนี้ในนาทีสุดท้ายนั้น มีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับการที่ โฟลาริน บาโลกัน กองหน้าอีกรายของพวกเขา มีข่าวว่าจะย้ายไป เอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัว 40 ล้านปอนด์ ซึ่งจะเพียงพอต่อการรักษาสมดุลทางการเงินของสโมสร แต่เมื่อดีลของบาโลกันไม่แน่นอน โมนาโก จึงได้เปิดทางให้คามาร่าได้พูดคุยกับเชลซี แต่สุดท้ายบาโลกันก็อยู่กับโมนาโกต่อ ทำให้โมนาโกตัดสินใจไม่ขายคามาร่าออกไป
การพลาดตัว คามาร่า ส่งผลให้เชลซีประสบปัญหาขาดแคลนตัวเลือกในแดนกลางตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล โดย มอยเซส ไกเซโด้ ยังไม่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเนื่องจากอาการบาดเจ็บน่อง และในเกมที่พ่าย อาร์เซนอล 2-1 พวกเขาต้องใช้ รีซ เจมส์ และ มาโล กุสโต้ มาเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง ซึ่งเน้นย้ำถึงปัญหาการขาดความลึกในแผงกลางของทีม ส่วน คามาร่า ได้ลงสนามไปแล้ว 6 นัดในทุกรายการ และยิงไป 1 ประตู ขณะที่โมนาโกภายใต้การคุมทีมของ ฟิลิปเป้ หลุยส์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม รั้งอันดับสองในลีกเอิงเวลานี้