ความพ่ายแพ้ในการดวลจุดโทษต่อบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาในรอบเพลย์ออฟฟุตบอลโลก 2026 ทำให้ อิตาลี ต้องพลาดโอกาสไปเล่นในฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน การพ่ายแพ้ต่อทีมที่อันดับโลกต่ำกว่าถึง 50 อันดับ แสดงให้เห็นถึงความตกต่ำอย่างรวดเร็วของ อัซซูรี่ นับตั้งแต่คว้าแชมป์ยูโร 2020 เมื่อ 5 ปีก่อน
ลองจินตนาการถึงภาพ อิตาลี แชมป์โลก 4 สมัย ลงสนามในฐานะทีมเต็ง พบกับบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ทีมอันดับ 65 ของโลก เกมเริ่มต้นด้วย มอยเซ่ เคียน ยิงให้อิตาลีขึ้นนำอย่างรวดเร็วในนาทีที่ 15
แต่แล้วหายนะก็มาเยือน อเลสซานโดร บาสโตนี่ โดนใบเหลืองที่สองไล่ออกจากสนามในช่วงท้ายครึ่งแรก ทำให้ อิตาลี เหลือผู้เล่น 10 คน และต้องดิ้นรนอย่างหนัก นิโคลา วาซิลจ์ ผู้รักษาประตูบอสเนียฯ โชว์ฟอร์มเหนียวหนึบ และในนาทีที่ 79 ฮาริส ทาบาโควิช ก็มายิงตีเสมอเป็น 1-1 ช่วงต่อเวลาพิเศษไม่มีประตูเกิดขึ้น และในการดวลจุดโทษ บอสเนียฯ ยิงเข้าทั้งหมด 4 คน ขณะที่ อิตาลี พลาดไปถึง 3 คน โดย ปิโอ เอสโปซิโต, ซานโดร โตนาลี และ ไบรอัน คริสตานเต้ สังหารไม่สำเร็จ
เมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น พร้อมกับการตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2026 อย่างน่าอับอาย ผู้เล่นและ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ กุนซือของทีม ถึงกับช็อกไปตามๆ กัน ไม่รู้ว่าทีมมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร นี่ไม่ใช่แค่ความพ่ายแพ้ธรรมดา แต่มันหมายถึงการที่อิตาลีพลาดโอกาสไปเล่นในฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน แฟนบอลต่างตกตะลึง และตั้งคำถามว่า ทีมที่เพิ่งคว้าแชมป์ยูโร 2020 โดยการเอาชนะอังกฤษในการดวลจุดโทษที่เวมบลีย์ กลับมาตกต่ำได้ขนาดนี้ได้อย่างไร?
ความสำเร็จจากแชมป์ยูโรได้จางหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงคำถามมากมายเกี่ยวกับทุกสิ่ง ตั้งแต่การจัดการทีม ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานของฟุตบอลอิตาลี แม้ว่า เจนนาโร่ กัตตูโซ่ อาจจะยังได้รับการสนับสนุนอยู่บ้าง แต่เราจะมาดูกันว่า อิตาลี มาถึงจุดต่ำสุดในการพยายามผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลกได้อย่างไร
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ ตอกย้ำปัญหาภายในของวงการฟุตบอลอิตาลี ทั้งเรื่องการบริหารจัดการที่ไม่โปร่งใส การพัฒนาเยาวชนที่ไม่ต่อเนื่อง และการเปลี่ยนแปลงโค้ชบ่อยครั้ง ทำให้ทีมชาติไม่สามารถสร้างความต่อเนื่องและประสบความสำเร็จในระยะยาวได้
อิตาลี จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งในระดับโครงสร้างและบุคลากร เพื่อที่จะกลับมาเป็นทีมชั้นนำของโลกอีกครั้ง