ทัพ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี เตรียมประเดิมสนามในรอบน็อคเอาต์ศึกฟุตบอลโลก ครั้งนี้ด้วยการเผชิญหน้ากับ ปารากวัย หนึ่งในทีมอันดับสามที่ดีที่สุดที่ผ่านเข้ารอบมาได้ ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นเส้นทางสู่เป้าหมายของพวกเขา
หลังจากที่ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ กุนซือคนเก่ง ได้หมุนเวียนผู้เล่นในเกมรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้าย คาดว่าเกมนี้เขาจะส่งผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนามอย่างเต็มที่ เยอรมนีทำผลงานได้ยอดเยี่ยมในทัวร์นาเมนต์นี้ เริ่มต้นด้วยชัยชนะถล่มทลายเหนือคูราเซา 7-1 ก่อนจะมาเฉือนเอาชนะไอวอรี่โคสต์ได้อย่างหวุดหวิด
ในขณะที่ ปารากวัย เองก็ต้องต่อสู้สุดใจเพื่อกรุยทางเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย แม้จะเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ด้วยความพ่ายแพ้ให้กับสหรัฐอเมริกาอย่างยับเยิน แต่พวกเขาก็กลับมาเก็บชัยชนะเหนือตุรกีได้สำเร็จ 1-0 แม้จะเหลือผู้เล่น 10 คนเกือบตลอดช่วงครึ่งหลังจากการที่ มิเกล อัลมิรอน ถูกไล่ออกอย่างมีข้อกังขา ชัยชนะดังกล่าวช่วยให้พวกเขาผ่านเข้ารอบมาได้ ก่อนที่จะเสมอกับออสเตรเลียแบบไร้สกอร์ในเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ทำให้เกมนี้กุนซือ กุสตาโว อัลฟาโร หวังว่าลูกทีมจะโชว์ฟอร์มแกร่งในการพบกับทีมแกร่งอย่างเยอรมนี
นาเกลส์มันน์คาดว่าจะจัดทัพชุดใหญ่โดยมี มานูเอล นอยเออร์ เป็นผู้รักษาประตู แม้จะได้รับเสียงวิจารณ์ในเกมกับเอกวาดอร์ ขณะที่แนวรับ โจนาธาน ทาห์ และ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ จะเป็นคู่เซ็นเตอร์แบ็ค โดยมีการยืนยันข่าวดีว่า นาธาเนียล บราวน์ ที่มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยจนพลาดเกมกับเอกวาดอร์ น่าจะกลับมาลงสนามแทนที่ ดาบิด เราม์ ในตำแหน่งแบ็คซ้าย ส่วน โจชัว คิมมิช จะยังคงประจำการในตำแหน่งแบ็คขวา ด้านแผงมิดฟิลด์ เฟลิกซ์ เอ็นเมช่า และ อเล็กซานดาร์ พาฟโลวิช จะคุมเกมตรงกลาง โดยมี จามาล มูเซียล่า ทำเกมรุก ร่วมกับ ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ ทางซ้าย และ เลรอย ซาเน่ ทางขวา ส่วนหน้าเป้ายังคงเป็น ไค ฮาแวร์ตซ์
ทางฝั่งปารากวัย กุสตาโว อัลฟาโร จะได้ มิเกล อัลมิรอน กลับมาลงสนามในเกมสำคัญนี้ หลังจากพ้นโทษแบน 1 นัด ซึ่งถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับทีม เนื่องจากอัลมิรอนคือผู้เล่นคนสำคัญในเกมรุกที่จะช่วยเพิ่มมิติและโอกาสในการทำประตูให้กับทีม โดยทางเยอรมนีถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งในเกมนี้ แม้ว่าในฟุตบอลรอบน็อคเอาต์ทุกสิ่งสามารถเกิดขึ้นได้ แต่โอกาสที่อินทรีเหล็กจะพลาดท่าให้กับปารากวัยนั้นมีน้อยมาก