ทีมชาติฝรั่งเศส เตรียมปิดฉากการเตรียมความพร้อมก่อนลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 ด้วยการเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ ที่สนามสต๊าด ปิแอร์-โมรัว ในคืนวันจันทร์นี้
ทัพ "ตราไก่" ภายใต้การนำของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ถูกยกให้เป็นหนึ่งในเต็งแชมป์ของการแข่งขันครั้งนี้ ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมในการรอบคัดเลือกโซนยุโรปที่เก็บชัยชนะ 5 นัด เสมอ 1 นัด คว้าตั๋วไปอเมริกาเหนือได้อย่างไร้ที่ติ ยิ่งไปกว่านั้น ฝรั่งเศสยังรั้งอันดับ 1 ในการจัดอันดับโลกของฟีฟ่า และมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งในทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะแนวรุกที่เต็มไปด้วยผู้เล่นระดับโลกที่พร้อมสร้างสรรค์เกมและจบสกอร์
ความกระหายในถ้วยแชมป์โลกของทีมไม่ได้ลดลงเลย หลังจากคว้าแชมป์ในปี 2018 และพลาดท่าแพ้อาร์เจนตินาในการดวลจุดโทษในรอบชิงชนะเลิศปี 2022 แม้จะพ่ายแพ้ให้กับไอวอรี่โคสต์ 2-1 ในเกมล่าสุด แต่ฟอร์มโดยรวมของฝรั่งเศสยังคงน่าประทับใจ โดยชนะ 8 จาก 10 นัดหลังสุด การพ่ายแพ้ครั้งนั้นก็มาจากการจัดทัพที่หมุนเวียนผู้เล่นหลายคน ทำให้ เดส์ชองส์ ต้องการเห็นฟอร์มที่แข็งแกร่งและเด็ดขาดกว่าเดิมก่อนศึกใหญ่จะเริ่มต้นขึ้น การพ่ายแพ้ครั้งล่าสุดอาจไม่ได้สร้างความกังวลมากนัก แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าไม่ควรประมาท รวมถึงต้องเน้นย้ำเรื่องสมาธิในเกมรับให้เฉียบคมยิ่งขึ้น
ทางด้านทีมเยือน ไอร์แลนด์เหนือ แม้จะพลาดโอกาสไปฟุตบอลโลก แต่พวกเขาก็ยังคงมุ่งมั่นในเกมนี้ หลังทำผลงานได้ดีในรอบคัดเลือกด้วยการเก็บ 9 แต้มในกลุ่ม A ซึ่งเกือบจะทำให้ได้ไปเพลย์ออฟ ไมเคิล โอ'นีล เฮดโค้ชของไอร์แลนด์เหนือ กำลังสร้างทีมคนรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยพลังงาน ความสด และประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะชัยชนะเหนือ กินี 1-0 ในเกมล่าสุด ด้วยผู้เล่น 11 ตัวจริงที่มีอายุเฉลี่ยเพียง 22.1 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของทีม
ในส่วนของตัวผู้เล่น ฝรั่งเศสคาดว่าจะมีการโรเตชั่นหลายตำแหน่ง โดยเฉพาะนักเตะที่เพิ่งลงเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ เพื่อรักษาความฟิตก่อนทัวร์นาเมนต์ใหญ่จะเริ่มขึ้น โดยคาดว่า คีเลียน เอ็มบัปเป้ จะเป็นแกนนำในแนวรุก ส่วนไอร์แลนด์เหนือก็จะขาด ทอม แอทเชสัน กองกลางที่ติดโทษแบน อย่างไรก็ตาม พวกเขาจะโฟกัสที่การเล่นเกมรับที่เหนียวแน่นและพยายามใช้ความเร็วของแนวรุกในการสร้างโอกาสโต้กลับ การเจอกันครั้งนี้คาดว่าฝรั่งเศสจะครองบอลและบุกเป็นส่วนใหญ่ แต่ไอร์แลนด์เหนือก็พร้อมจะสร้างความประหลาดใจได้ทุกเมื่อ โดยรวมแล้ว "เดอะ ฮาร์ด แทคเกิล" คาดการณ์ว่า ฝรั่งเศสจะคว้าชัยชนะไปได้ 3-0