ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบก่อนรองชนะเลิศ กำลังจะระอุ เมื่อ ทีมชาติฝรั่งเศส แชมป์เก่าเตรียมดวลแข้งกับ ทีมชาติโมร็อกโก ที่สนามบอสตัน สเตเดียม ซึ่งถือเป็นการโคจรมาพบกันอีกครั้งในรายการใหญ่ หลังจากการปะทะกันอย่างดุเดือดในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์
นี่คือโอกาสสำคัญสำหรับทัพ “สิงโตแอตลาส” ที่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลแอฟริกา ด้วยการโค่นยักษ์ใหญ่และก้าวไปสู่รอบต่อไปให้ได้
เส้นทางของทั้งสองทีม
ทัพตราไก่ ของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทีมเต็งแชมป์มาโดยตลอด พวกเขาผ่านรอบแบ่งกลุ่มด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม เก็บ 9 แต้มเต็ม ก่อนจะเอาชนะสวีเดนในรอบ 32 ทีมสุดท้ายได้อย่างสบายๆ แต่บททดสอบที่แท้จริงคือการพบกับปารากวัยในรอบ 16 ทีม ซึ่งแม้จะเหนื่อยแต่ก็เป็น คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่ซัดจุดโทษพาทีมคว้าชัย 1-0 และส่งให้ฝรั่งเศสคว้าชัยชนะติดต่อกัน 5 นัดในทัวร์นาเมนต์นี้
แนวรุกของฝรั่งเศสถือเป็นจุดเด่นในเวิลด์คัพครั้งนี้ นำโดย คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่ทำหน้าที่เป็นกำลังหลัก ขณะที่ อุสมาน เดมเบเล่, ไมเคิ่ล โอลิเซ่ และ แบรดลีย์ บาร์โคล่า ต่างก็ผนึกกำลังกันด้วยความเร็ว ความคิดสร้างสรรค์ และการจบสกอร์ที่เฉียบคม นอกจากนี้ เดซิเร่ ดูเอ้ ยังเป็นตัวสำรองที่สร้างอิมแพคได้ดี ทำให้เดส์ชองส์มีตัวเลือกในแนวรุกที่น่าอิจฉาในการแข่งขันรอบลึก
ขณะที่ โมร็อกโก ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขามีดีพอที่จะอยู่ในกลุ่มทีมชั้นนำของโลก พวกเขาจบอันดับสองในกลุ่ม C ก่อนจะสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเขี่ยทีมชาติเนเธอร์แลนด์ตกรอบด้วยการดวลจุดโทษ และตามมาด้วยการเอาชนะเจ้าภาพร่วมอย่างแคนาดาไป 3-0 สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงความมั่นใจและวุฒิภาวะที่เพิ่มขึ้นภายในทีม สิงโตแอตลาส ยังคงมีวินัยในเกมรับที่ยอดเยี่ยม และผู้เล่นแนวรุกอย่าง อัซเซดีน อูนาฮี, อิสมาเอล ไซบารี และ โซฟียาน ราฮิมี ก็ได้เพิ่มมิติและความเฉียบคมในเกมรุกให้กับทีม
การคาดการณ์และสถิติที่น่าสนใจ
ตามหน้าประวัติศาสตร์แล้ว ฝรั่งเศสยังคงเป็นฝ่ายที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน โมร็อกโกไม่เคยเอาชนะฝรั่งเศสได้เลยจากการพบกัน 6 ครั้งที่ผ่านมา และการเจอกันในฟุตบอลโลกครั้งเดียวก็คือเมื่อปี 2022 ในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งฝรั่งเศสเฉือนชนะไป 2-0 อย่างไรก็ตาม รอบก่อนรองชนะเลิศครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่โมร็อกโกจะได้ล้างแค้นและสร้างประวัติศาสตร์ของตัวเอง
ในทางแท็กติก โมร็อกโกมีแนวโน้มที่จะเน้นเกมรับที่เหนียวแน่น และรอจังหวะสวนกลับเร็ว ในขณะที่ฝรั่งเศสจะพยายามครองบอลและใช้การเคลื่อนที่ของเอ็มบัปเป้, เดมเบเล่ และโอลิเซ่ เพื่อเจาะแนวรับของคู่แข่ง แม้ว่าโมร็อกโกจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่สามารถต่อกรกับทีมชั้นนำได้ แต่ฝรั่งเศสมีขุมกำลังที่ลึกกว่า ประสบการณ์มากกว่า และคุณภาพของนักเตะที่สามารถสร้างความแตกต่างได้ในจังหวะสำคัญ คาดว่าจะเป็นการแข่งขันที่ดุเดือด แต่สุดท้ายแล้ว ฝรั่งเศสจะสามารถเอาชนะและผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้ เพื่อสานฝันในการเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกอีกครั้ง
ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
ฝรั่งเศส (4-2-3-1): ไมก์ เมญอง (GK); ฌูลส์ กุนเด้, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, วิลเลียม ซาลิบา, ลูก้าส์ ดีญ; มานู โคเน่, อาเดรียง ราบิโอต์; อุสมาน เดมเบเล่, ไมเคิ่ล โอลิเซ่, แบรดลีย์ บาร์โคล่า; คีเลียน เอ็มบัปเป้
โมร็อกโก (4-2-3-1): ยาสซีน บูนู (GK); อัชราฟ ฮาคิมี่, อิสซ่า ดิย็อป, ชาดี ริยาด, นุสแซร์ มาซราอุย; นีล เอล อัยนาอุย, อัยยูบ บูอัดดี้; บราฮิม ดิอาซ, อัซเซดีน อูนาฮี, บิลาล เอล คานนูส; โซฟียาน ราฮิมี