เฟเนร์บาห์เช่ สโมสรยักษ์ใหญ่จากตุรกี เตรียมลงสนามในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มอีกครั้ง หลังจากการรอคอยอันยาวนานถึง 18 ปี โดยพวกเขาจะต้องเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เอเอส โรม่า จากอิตาลี ในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งทางฝั่ง จัลโลรอสซี่ เองก็กลับสู่เวทีใหญ่ของยุโรปหลังจากห่างหายไป 7 ปีเช่นกัน
สำหรับ เฟเนร์บาห์เช่ เส้นทางสู่รอบแบ่งกลุ่มครั้งนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พวกเขาเคยพลาดตกรอบคัดเลือกถึง 9 ครั้งนับตั้งแต่การเข้าร่วมครั้งสุดท้ายในปี 2008 แต่ภายใต้การนำของกุนซือ อิสมาอิล คาร์ทัล พวกเขาก็สามารถฝ่าด่าน กอร์นิก ซาเบรเซ่, สตวร์ม กราซ และ โอลิมปิก ลียง มาได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม ฟอร์มในลีกของพวกเขายังคงน่าเป็นห่วง โดยแพ้ให้กับ เบซิคตัส ในบ้านเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สิ่งสำคัญคือการใช้ความแข็งแกร่งในการเล่นในบ้านและบรรยากาศอันดุดันจากแฟนบอลที่สนาม ซูครู ซาราโคกลู เป็นแรงผลักดันเพื่อสร้างความกดดันให้ทีมเยือน
ขณะที่ทางฝั่ง โรม่า ของ จาน ปิเอโร่ กาสเปรินี่ กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มที่ร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง พวกเขาเก็บชัยชนะในเซเรีย อา ได้ 3 นัดรวด ยิงไปถึง 10 ประตู และเสียประตูน้อยมาก โดยเฉพาะฟอร์มอันน่าประทับใจของ ดอนเยลล์ มาเลน ที่ยิงไปแล้ว 5 ประตูในฤดูกาลนี้ จะเป็นกำลังสำคัญในเกมยุโรปนัดแรกของพวกเขา ประสบการณ์ของกุนซืออย่าง กาสเปรินี่ ที่เคยพา อตาลันต้า ประสบความสำเร็จในแชมเปี้ยนส์ลีก ก็น่าจะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากสำหรับ โรม่า
เกมนี้ เฟเนร์บาห์เช่ จะขาด มัตเตโอ เกวนดูซี่ ที่ติดโทษแบน และ เจย์เดน อูสเตอร์โวลเด้ ที่บาดเจ็บ ส่วน มาร์โก อเซนซิโอ ยังคงต้องลุ้นความฟิต ขณะที่ โรม่า ค่อนข้างพร้อมเต็มที่ โดยมีเพียง ลอเรนโซ่ เปเยกรินี่ ที่ยังต้องพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ คาดว่า เปาโล ดีบาล่า และ อีวาน เอ็นดิกก้า น่าจะพร้อมสำหรับทริปเยือนตุรกี
แม้ว่า เฟเนร์บาห์เช่ จะได้เปรียบเรื่องเสียงเชียร์ในบ้าน แต่ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ โรม่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟอร์มการทำประตูของ มาเลน และประสบการณ์ของ กาสเปรินี่ ทำให้เชื่อว่าทัพ หมาป่าแห่งกรุงโรม มีโอกาสสูงที่จะเก็บผลการแข่งขันที่ดีกลับออกไปจากตุรกี