ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ สุดสัปดาห์นี้มีคู่บิ๊กแมตช์ที่น่าสนใจ เมื่อ เอฟเวอร์ตัน เตรียมเปิดรังเหย้า กูดิสัน พาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ เชลซี โดยทั้งสองสโมสรต่างออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างแข็งแกร่ง และมีเป้าหมายเดียวกันคือการแย่งชิงพื้นที่ท็อปโฟร์เพื่อไปเล่นฟุตบอลยุโรปในฤดูกาลหน้า
ทัพ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ของกุนซือ เดวิด มอยส์ กำลังอยู่ในฟอร์มที่คงเส้นคงวา พวกเขายังไม่แพ้ใครในลีก โดยชนะ 2 และเสมอ 4 นัด แม้ว่าผลเสมอ ฮัลล์ ซิตี้ ในนัดล่าสุดจะทำให้เกิดความผิดหวังเล็กน้อย แต่ทีมก็แสดงให้เห็นถึงความเหนียวแน่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกมรับที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม การจะก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้น พวกเขาจำเป็นต้องเปลี่ยนผลเสมอให้เป็นชัยชนะที่สำคัญ ซึ่งเกมกับเชลซีถือเป็นโอกาสดีที่จะพิสูจน์ตัวเอง
ขณะที่ “สิงห์บลูส์” เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ ชาบี อลอนโซ่ เพิ่งเรียกความมั่นใจกลับมาได้ด้วยการถล่ม บอร์นมัธ 5-1 หลังจากพ่ายแพ้ต่อ เบรนท์ฟอร์ด มาก่อนหน้านี้ ผลการแข่งขันดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในเกมรุกอันจัดจ้านของพวกเขา อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนสำคัญที่ยังคงน่าเป็นห่วงคือแนวรับที่เสียประตูติดต่อกันมา 22 นัดในลีก ซึ่งจะเป็นบททดสอบสำคัญเมื่อต้องมาเยือนเอฟเวอร์ตัน ที่ขึ้นชื่อเรื่องการเล่นเกมรับที่แข็งแกร่ง
ในส่วนของความพร้อม ผู้เล่นตัวหลักอย่าง วิตาลี่ มายโคเลนโก้ แบ็คซ้ายของเอฟเวอร์ตัน ยังคงต้องรอประเมินอาการบาดเจ็บ ส่วนทางฝั่งเชลซี จะไม่มี รีซ เจมส์ ที่บาดเจ็บเอ็นร้อยหวาย ขณะที่แท็คติกส์ คาดว่าเอฟเวอร์ตันจะยังคงใช้ระบบ 4-2-3-1 โดยมี เธียร์โน่ แบร์รี่ เป็นหน้าเป้า ส่วนเชลซีจะมาในระบบ 3-4-2-1 ที่เน้นความยืดหยุ่นในแดนกลางและมี ชูเอา เปโดร เป็นหัวหอกคนสำคัญ
เกมนี้คาดว่าจะเป็นการต่อสู้ทางแท็กติกที่เข้มข้น โดยทั้งสองทีมต่างมีโอกาสที่จะคว้าชัยชนะได้ เอฟเวอร์ตันอาจจะเน้นการครองบอลน้อยกว่า แต่จะสร้างโอกาสจบสกอร์ได้มากกว่า ขณะที่เชลซีจะใช้ความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นในแนวรุกสร้างความแตกต่าง การดวลกันระหว่าง เธียร์โน่ แบร์รี่ กับ แม็กซ็องซ์ ลาครัวซ์ รวมถึง เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ กับ มอยเซส ไกเซโด จะเป็นจุดชี้ขาดสำคัญของเกม ผลการแข่งขันอาจออกมาสูสี แต่เอฟเวอร์ตันที่เล่นในบ้านและมีเกมรับที่เหนียวแน่นกว่า น่าจะเบียดเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์เฉียดฉิว