เอฟเวอร์ตัน สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก ตกเป็นข่าวเตรียมเดินหน้าคว้าตัว เลียม ดีแลป หัวหอกดาวรุ่งจาก เชลซี มาร่วมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์นี้ โดยแซงหน้าคู่แข่งร่วมลีกอย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด และ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่ให้ความสนใจในตัวนักเตะรายนี้เช่นกัน
จากรายงานของ เวย์น วีย์ซีย์ ผู้สื่อข่าวจาก Football Insider ระบุว่า แม้ทั้งลีดส์ และนิวคาสเซิลจะยังจับตามองสถานการณ์ของ ดีแลป อย่างใกล้ชิด แต่ดูเหมือนว่าเอฟเวอร์ตันจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งในการเจรจาคว้าตัวกองหน้าวัย 23 ปีรายนี้ไปเสริมทัพ ทางด้านเชลซีเองก็พร้อมที่จะพิจารณาข้อเสนอสำหรับนักเตะที่ยังทำผลงานได้ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง โดยตั้งค่าตัวไว้ที่ 40 ล้านปอนด์
ดีแลป ย้ายมาร่วมทีมเชลซีเมื่อซัมเมอร์ปี 2025 พร้อมความคาดหวังสูง หลังจากทำผลงานได้น่าประทับใจในระดับแชมเปี้ยนชิพกับ อิปสิช ทาวน์ แต่เส้นทางในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์กลับไม่ราบรื่นนัก ด้วยปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้งในฤดูกาลแรก ตามมาด้วยฟอร์มที่ไม่คงเส้นคงวา ทำให้เขาไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ และมักจะตกเป็นตัวสำรองรองจาก เจา เปโดร โดยรวมแล้ว ดีแลป ลงสนามให้เชลซีไปเพียง 47 นัด ทำได้ 3 ประตู กับ 5 แอสซิสต์ ในเวลา 1,907 นาที ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับกองหน้าชั้นนำของลีกที่มักจะได้ลงเล่นเกิน 3,000 นาทีต่อฤดูกาล
สำหรับสาเหตุที่หลายสโมสรยังให้ความสนใจในตัว ดีแลป นั้น มาจากความจำเป็นในการเสริมทัพของแต่ละทีม โดยลีดส์ ยูไนเต็ด มีแผนที่จะหากองหน้าคนใหม่ เนื่องจาก โจเอล ปิโรเอ ไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ ดาเนียล ฟาร์เค ขณะที่ ลูคัส นเมชา ก็ยังไม่สามารถสร้างความประทับใจได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนนิวคาสเซิลเองก็ประสบปัญหาฟอร์มตกของ นิค โวลเตมาเด และ โยอาเน วิสซ่า ที่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว ซึ่งทำให้ทั้งสองต้องเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอน ด้านเอฟเวอร์ตันเองก็เคยพยายามคว้าตัว ดีแลป มาตั้งแต่สมัยอยู่ที่อิปสิช ทาวน์ และการกลับมาให้ความสนใจอีกครั้งถือเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล เนื่องจากปัญหาความไม่แน่นอนในแดนหน้าของทีมตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา แม้ว่า เบโต้ จะทำผลงานได้ดีขึ้นในช่วงหลัง แต่ เธียร์โน แบร์รี กลับฟอร์มดร็อปลงไปอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญในการย้ายทีมครั้งนี้อยู่ที่ค่าตัว 40 ล้านปอนด์ ที่เชลซีต้องการ ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่สูงมาก เมื่อพิจารณาจากผลงานของ ดีแลป ในฤดูกาลแรกกับทีม การบรรลุข้อตกลงจึงขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายใดจะยอมลดข้อเรียกร้องลงมา เพื่อให้การเจรจาเดินหน้าต่อไปและปิดดีลให้เร็วที่สุด