ศึกดาร์บี้แห่งแคว้นคาตาลันกลับมาอีกครั้ง! เอสปันญ่อล เตรียมเปิดบ้านรับการมาเยือนของ บาร์เซโลน่า ทั้งสองทีมกำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดี และหวังจะรักษาสถิติชนะต่อเนื่องในเกมสำคัญนี้
เจ้าบ้าน เอสปันญ่อล รั้งอันดับ 5 ของตาราง มี 33 แต้ม จาก 17 นัด ชนะ 10 เสมอ 3 แพ้ 4 พวกเขามีแต้มเหนือ เรอัล เบติส อันดับ 6 อยู่ 5 แต้ม และตามหลัง แอตเลติโก มาดริด อันดับ 3 อยู่ 4 แต้ม แต่แข่งน้อยกว่า 1 นัด
"Periquitos" คว้าชัยในลีก 5 นัดหลังสุด และกำลังอยู่ในช่วงมั่นใจหลังเอาชนะ แอธเลติก บิลเบา 2-1 แม้จะไม่ได้ครองเกมทั้งหมด แต่ เอสปันญ่อล ก็ใช้โอกาสได้คุ้มค่า และได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ
ขณะที่ บาร์เซโลน่า นำจ่าฝูงลาลีกา มี 46 แต้ม จาก 18 นัด ชนะ 15 เสมอ 1 แพ้ 2 แชมป์เก่าชนะ 7 นัดหลังสุดในทุกรายการ นับตั้งแต่แพ้ เรอัล มาดริด เมื่อปลายเดือนตุลาคม บาร์ซ่า ชนะในลีก 8 นัดรวด และมีแต้มนำ "ราชันชุดขาว" อยู่ 4 แต้ม
ฮันซี่ ฟลิค กุนซือ "บาร์ซ่า" หวังจะเริ่มต้นครึ่งฤดูกาลหลังด้วยชัยชนะต่อเนื่อง The Hard Tackle จะพาไปวิเคราะห์ทั้งสองทีม และคาดการณ์แท็คติกที่พวกเขาจะใช้
สภาพความพร้อมของทั้งสองทีม
เอสปันญ่อล จะไม่มี โรมัน เทอร์ราตส์ (กล้ามเนื้อ) และ ชาร์ลส์ พิกเกล (AFCON) ส่วน ฆาบี ปัวโด้ อาจจะกลับมาอยู่ในทีม แต่ไม่น่าจะเสี่ยงใช้งาน
คาดว่า เอสปันญ่อล จะมาในระบบ 4-3-3 โดยมี มาร์โก ดมิโตรวิช เป็นผู้รักษาประตู โอมาร์ เอล ฮิลาลี และ คาร์ลอส โรเมโร เป็นฟูลแบ็ค เฟอร์นานโด กาเลโร จับคู่กับ เลอันโดร กาเบรรา ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ
แดนกลางประกอบด้วย เอดู เอ็กซ์โปซิโต้, โปล โลซาโน และ อูร์โก กอนซาเลซ เด ซาราเต คอยตัดเกมและป้องกันไม่ให้กองกลางบาร์เซโลน่าครองบอลในแดนของพวกเขามากเกินไป
เปเร มิลลา และ ไทริส โดลัน จะประจำการริมเส้น คอยสร้างความกว้างในการโจมตี ส่วน โรแบร์โต้ เฟอร์นานเดซ จะเป็นกองหน้าตัวเป้า
ด้าน บาร์เซโลน่า จะยังไม่มี อันเดรียส คริสเตนเซ่น และ กาบี ที่บาดเจ็บเข่า แต่ ดานี โอล์โม่ และ เปดรี อาจจะกลับมาอยู่ในทีมชุดนี้ นอกจากนี้ โรนัลด์ อเราโฮ ก็กลับมาจากการพักผ่อน
"เจ้าบุญโยก" จะยังใช้แผน 4-2-3-1 โดยมี ฆวน การ์เซีย เป็นผู้รักษาประตู ฌูลส์ คุนเด้ และ อเลฆานโดร บัลเด้ เป็นฟูลแบ็ค เอริค การ์เซีย อาจจะกลับมาเล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟหาก เปดรี ฟิตพอที่จะลงตัวจริง
การ์เซีย จะจับคู่กับ ปาอู คูบาร์ซี ในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ส่วน เปดรี และ เฟรงกี้ เดอ ยอง จะเป็นคู่กลางรับ คอยป้องกันแผงหลังและควบคุมจังหวะเกม
ลามีน ยามาล และ ราฟินญ่า จะประจำการริมเส้น ส่วน เฟอร์มิน โลเปซ จะเล่นในตำแหน่งหมายเลข 10 และ เฟร์ราน ตอร์เรส จะเป็นกองหน้าตัวเป้า โดยมี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นตัวสำรอง
ฟอร์มของ ตอร์เรส ในฤดูกาลนี้ดีมากจน ฟลิค ต้องให้เขาออกสตาร์ทก่อน เลวานดอฟสกี้ แม้อายุจะมากขึ้น แต่การที่ เลวานดอฟสกี้ ต้องนั่งสำรองก็เป็นเพราะความเฉียบคมของ ตอร์เรส ในลีก
แม้ ตอร์เรส จะลงเล่นเพียง 1,000 นาทีใน 17 นัด แต่เขายิงไป 11 ประตู และ 1 แอสซิสต์ ด้วยฟอร์มแบบนี้ เอสปันญ่อล จะเจอปัญหาในการหยุดเขาอย่างแน่นอน
เอสปันญ่อล จะลงเล่นในศึกดาร์บี้ด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม หลังจากทำผลงานในลีกได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเขาจะพยายามสร้างความยากลำบากให้กับบาร์เซโลน่าด้วยการเพรสซิ่งสูงและการเปลี่ยนเกมเร็ว ด้วยสถิติในบ้านที่แข็งแกร่งในช่วงหลัง เจ้าบ้านน่าจะมีโอกาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขาสามารถใช้โอกาสได้คม
อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมและความลึกของทีมบาร์เซโลน่าอาจเป็นตัวตัดสินเกม ลูกทีมของ ฟลิค ไม่ยอมใครง่ายๆ ตั้งแต่พลาดท่าในลีกครั้งล่าสุด และมีคุณภาพในแดนหน้าที่มากพอจะทำลาย เอสปันญ่อล ที่กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีได้
แม้บรรยากาศดาร์บี้จะทำให้เกมสูสี แต่คาดว่าทีมจ่าฝูงจะหาทางเอาชนะ และขยายสถิติชนะต่อไปได้อย่างแน่นอน The Hard Tackle คาดการณ์ว่า บาร์เซโลน่า จะชนะ 3-1