คริสตัล พาเลซ เตรียมเปิดรังเซลเฮิร์สต์ พาร์ค ต้อนรับการมาเยือนของ อิปสวิช ทาวน์ ในศึกพรีเมียร์ลีกวันเสาร์นี้ การพบกันของสองทีมที่กำลังอยู่ในช่วงปรับจูน ถือเป็นบททดสอบสำคัญในช่วงต้นฤดูกาล โดยฝั่งเจ้าบ้านเพิ่งกลับมาเก็บชัยชนะได้หลังจากออกสตาร์ทไม่ดีนัก ขณะที่อิปสวิชต้องเผชิญหน้ากับความพ่ายแพ้มาสองนัดติดต่อกัน
สำหรับทัพ “ปราสาทเรือนแก้ว” เพิ่งจะเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้ด้วยการบุกไปชนะฟูแล่ม 3-2 หลังจากที่ก่อนหน้านั้นฟอร์มยังไม่เข้าที่เข้าทางชัยชนะนัดนี้จึงเป็นเหมือนการปลดล็อกความกดดันที่สะสมมา ส่วนทางด้าน “ม้าขาว” อิปสวิช ทาวน์ หลังจากเปิดหัวด้วยการเอาชนะซันเดอร์แลนด์ได้ พวกเขาก็ต้องพบกับความจริงอันโหดร้ายเมื่อพ่ายให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 5-2 และ ลิเวอร์พูล 2-0 ตามลำดับ
ความท้าทายของทั้งสองทีม
เกมนี้จึงมีความหมายอย่างยิ่งยวดสำหรับทั้งคู่ คริสตัล พาเลซ ต้องการพิสูจน์ว่าชัยชนะเหนือฟูแล่มเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินหน้าอย่างมั่นคง ไม่ใช่เพียงแค่ฟลุ๊ค หากพวกเขาแพ้ในนัดนี้ ปัญหาเกมรับที่เสียอย่างน้อยสองประตูมา 9 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก ก็จะยังคงเป็นสิ่งที่ ปิแอร์ เซจ กุนซือของทีมต้องเร่งแก้ไข ขณะที่อิปสวิชต้องการเรียกขวัญและกำลังใจกลับมาหลังจากแพ้ทีมใหญ่สองนัดติด พวกเขายังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของทีม แม้จะต้องเจอโปรแกรมหนักในช่วงต้นฤดูกาล แต่ก็หวังว่าชัยชนะเหนือซันเดอร์แลนด์จะเป็นรากฐานที่ดี ไม่ใช่แค่ความบังเอิญ
พาเลซเองก็กำลังอยู่ในช่วงปรับทีมอย่างหนักหลังมีการเสริมทัพถึง 11 รายในช่วงซัมเมอร์ ดังนั้นเกมนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ว่าผู้เล่นชุดใหม่จะสามารถรักษาผลการแข่งขันที่ดีไว้ได้หรือไม่ ปิแอร์ เซจ ได้กำชับให้ลูกทีมเล่นกันอย่างเป็นทีมเวิร์คมากขึ้น หลังมองว่าเกมรับยังหลวมและขาดการประสานงานที่ดีในเกมกับฟูแล่ม ดังนั้นการยกระดับเกมรับจึงเป็นโจทย์เร่งด่วนที่สุด
ทางฝั่งอิปสวิช พวกเขาต้องการคำตอบจากการพ่ายแพ้สองนัดล่าสุด แม้ผลเสมอในเกมนี้ก็ยังถือว่าไม่เสียหาย แต่หากเก็บชัยชนะได้ ก็จะเป็นการกระตุ้นขวัญกำลังใจครั้งใหญ่ให้กับลูกทีมของ แกรี่ โอ'นีล อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่สามารถเปิดเกมรุกแลกได้แบบไม่มีการวางแผน
ความพร้อมของนักเตะและแผนการเล่น
สำหรับคริสตัล พาเลซ จะยังขาดผู้เล่นคนสำคัญอย่าง อิสไมล่า ซาร์ ที่บาดเจ็บและคาดว่าจะกลับมาซ้อมกับทีมได้ในสัปดาห์หน้า เช่นเดียวกับ ฌอง-ฟิลิปเป้ มาเตต้า ที่เจ็บแฮมสตริง และ ชาดี้ ริอาด ที่กำลังฟื้นตัวจากการผ่าตัดหัวเข่า คาดว่าพวกเขาจะยังคงใช้แผน 3-4-2-1 โดยมี ดีน เฮนเดอร์สัน เป็นผู้รักษาประตู แผงหลังประกอบด้วย อักเซล ดิซาซี่, คริส ริชาร์ดส์ และ เจย์ดี แคนโวต ส่วนวิงแบ็กซ้ายขวาเป็น ไทริค มิตเชลล์ และ อนัน คาลิลี่ ขณะที่คู่กลางเป็น อดัม วอร์ตัน กับ ควินเทน ทิมเบอร์ โดยมี ไดจิ คามาดะ และ ดาริโอ โอโซริโอ ทำเกมรุกสนับสนุน ยอร์เก้น สตรานด์ ลาร์เซ่น ที่ยืนเป็นหน้าเป้า
ทางด้านอิปสวิช ทาวน์ จะไม่สามารถใช้งาน แจ็ค เทย์เลอร์, เซดริก คิเพร, อาซอร์ มาตูซิว่า, เคซี่ย์ แมคอาเทียร์ และ เจเดน ฟิโลจีน ได้ โดยฟิโลจีนและมาตูซิว่ากลับมาซ้อมเต็มรูปแบบแล้ว แต่ยังไม่พร้อมสำหรับเกมนี้ คาดการณ์ว่าพวกเขาจะมาในระบบ 4-2-3-1 โดยมี คเยลล์ เชอร์เปน เฝ้าเสา แผงแบ็กโฟร์ประกอบด้วย ดารา โอเชีย, อิสซ่า ดิย็อป, เจค็อบ กรีฟส์ และ ลีฟ เดวิส ส่วนกองกลางคู่กลางเป็น ซาซ่า ลูคิช กับ เอเซเกล ปาลาซิออส และแนวรุกมี ไดเซ็น มาเอดะ, ฮูลิโอ เอนซิโซ่ และ อับดุล ฟาตาฟู อิสซาฮาคู คอยสนับสนุนกองหน้าตัวเป้าอย่าง เอเมอร์สัน
ทั้งสองทีมมีสไตล์การเล่นที่คล้ายกันคือ ไม่เน้นการครองบอลที่เหนือกว่าคู่แข่งมากนัก โดยพาเลซมีค่าเฉลี่ยการครองบอล 35% ส่วนอิปสวิชอยู่ที่ 40% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยลีกที่ 44% ชี้ให้เห็นว่าเกมนี้อาจไม่ได้ถูกตัดสินด้วยการครองบอล แต่ขึ้นอยู่กับว่าทีมใดจะใช้แผนการเล่นของตัวเองได้มีประสิทธิภาพมากกว่าในการเจาะแนวรับคู่แข่ง
จุดอันตรายของคริสตัล พาเลซ อยู่ที่ช่องว่างระหว่างเกมรุกและเกมรับ หากเกมรุกประสานงานกันได้ดี พวกเขาสามารถสร้างโอกาสเข้าทำได้หลายครั้ง แต่หากการเชื่อมเกมในแดนกลางขาดหายไป วิงแบ็กอาจจะถูกดันขึ้นสูงและเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งโจมตีจากด้านข้างได้ง่าย คู่ต่อสู้ที่สำคัญในแดนกลางคือการดวลกันระหว่าง อดัม วอร์ตัน ของพาเลซ และ ฮูลิโอ เอนซิโซ่ ของอิปสวิช
ส่วนอีกหนึ่งการต่อสู้ที่น่าจับตาคือการดวลกันทางฝั่งซ้ายของพาเลซ ระหว่าง ไทริค มิตเชลล์ กับ อับดุล ฟาตาฟู อิสซาฮาคู ของอิปสวิช หากมิตเชลล์สามารถกดดันอิสซาฮาคูได้ จะช่วยให้พาเลซสามารถเจาะเกมรับของอิปสวิชได้ง่ายขึ้น แต่หากอิสซาฮาคูหลุดพ้นจากความกดดันได้ ก็จะเป็นช่องทางสำคัญให้อิปสวิชได้โต้กลับเร็ว
การคาดการณ์ผลการแข่งขันยังคงเป็นไปได้หลายหน้า แต่มีแนวโน้มที่จะจบลงด้วยผลเสมอแบบมีสกอร์ ทั้งสองทีมต่างมีปัญหาเรื่องเกมรับที่ยังไม่นิ่งพอ สถิติบ่งชี้ว่าพาเลซมีค่า xGA (Expected Goals Against) สูงถึง 2.35 ลูกต่อเกม เทียบกับอิปสวิชที่ 1.98 ลูกต่อเกม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้อิปสวิชมีโอกาสบุกมาคว้าชัยได้ หากเอนซิโซ่สามารถสร้างโอกาสให้เอเมอร์สันได้ เกมนี้จึงน่าจะจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 หรืออาจมีสกอร์ 2-2 หรือ 1-2 ก็เป็นได้