มีรายงานที่น่าสนใจเผยแพร่ระบุว่า สองสโมสรดังจากศึกพรีเมียร์ลีกอังกฤษอย่าง คริสตัล พาเลซ และ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ได้เคยพยายามคว้าตัว อานันท์ คาลิลี ดาวเตะอนาคตไกล ก่อนที่นักเตะรายนี้จะตกลงย้ายไปร่วมทัพ อินเตอร์ มิลาน ในที่สุด
การย้ายทีมของดาวเด่นวัย 21 ปี จาก ยูเนี่ยน แซงต์-ชิลลัวส์ ไปยังถิ่นจูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า ของ อินเตอร์ มิลาน ได้รับการยืนยันจากกูรูตลาดซื้อขายชื่อดังอย่าง ฟาบริซิโอ โรมาโน่ ด้วยค่าตัวเบื้องต้น 25 ล้านยูโร บวกส่วนเสริม ซึ่งดีลนี้สร้างความฮือฮาไม่น้อย เนื่องจากประเด็นเรื่องสัญชาติอิสราเอลของนักเตะ อย่างไรก็ตาม คาลิลี ได้ตัดสินใจเลือกเส้นทางกับทัพ “งูใหญ่” ในที่สุด
แข้งชาวอิสราเอลรายนี้ที่ปกติเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ฝั่งขวา โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นกับยูเนี่ยน แซงต์-ชิลลัวส์ โดยลงสนามไปถึง 51 นัดในทุกรายการ ทำไป 6 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ ซึ่งทางอินเตอร์ มิลาน มองว่าเขาสามารถพัฒนาเป็นวิงแบ็กฝั่งขวาได้ ซึ่งเป็นจุดที่สโมสรขาดหายไปหลังจากที่พลาดเป้าหมายคนสำคัญอย่าง มาร์โก ปาเลสตรา ที่เลือกไปอยู่กับเชลซี
รายงานจากสื่อหลายสำนักยังระบุว่า มัจดี คาลิลี บิดาของนักเตะ ได้เปิดเผยผ่านรายการวิทยุ 103FM ว่า “ปีก่อนมีหลายทีมให้ความสนใจลูกชายของผม ทั้งนิวคาสเซิล, คริสตัล พาเลซ รวมถึงอิปสวิช ที่พร้อมทุ่มถึง 30 ล้านยูโร แต่เขาไม่ต้องการย้ายไป ส่วนทีมจากเบลเยียมก็ยืนยันว่าราคาเขาแรงมาก จากนั้นก็มี คาญารี่, อตาลันต้า, นาโปลี และทีมอื่น ๆ อีกมากมายที่เข้ามาเกี่ยวข้อง” และเหตุผลที่ คาลิลี เลือก อินเตอร์ มิลาน เนื่องมาจากการที่ทีมติดตามฟอร์มของนักเตะจากผลงานในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ที่เขาโชว์สถิติการเข้าสกัด, การดวลลูกกลางอากาศ และการแย่งบอลกลับคืนมาได้ดีเยี่ยม
ทั้งนี้ คริสตัล พาเลซ เองก็กำลังมองหานักเตะตำแหน่งแบ็คขวาเพื่อเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ และเพิ่งคว้า ออสการ์ มิงเกซ่า มาร่วมทีมแบบไร้ค่าตัว ขณะที่ นิวคาสเซิล ก็กังวลว่าจะเสียนักเตะอย่าง ติโน่ ลิฟราเมนโต้ ในช่วงซัมเมอร์นี้เช่นกัน ทำให้ทั้งสองทีมต่างพลาดโอกาสที่จะได้ตัว คาลิลี ไปอย่างน่าเสียดาย