ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้เตรียมระเบิดความมันส์ เมื่อ โคเวนทรี ซิตี้ ทีมน้องใหม่ที่ยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็น จะเปิดสนามโคเวนทรี บิลดิ้ง โซไซตี้ อารีน่า ต้อนรับการมาเยือนของทัพ "นกนางนวล" ไบรท์ตัน & โฮฟ อัลเบี้ยน ในวันอาทิตย์นี้ โดยทั้งสองทีมต่างมีเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไปในเกมนี้
ไบรท์ตัน เริ่มต้นฤดูกาลด้วยฟอร์มที่ไม่สม่ำเสมอเท่าที่ควร แม้จะโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจในบางช่วง แต่ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนความได้เปรียบให้เป็นชัยชนะที่ต่อเนื่องได้ อย่างเกมล่าสุดที่เปิดบ้านเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 หลังต้องมาได้ประตูตีเสมอจากลูกโหม่งของ ลูก้า วุสโควิช ในนาทีที่ 71 สถานการณ์ของพวกเขาก่อนเกมเยือนโคเวนทรีจึงเต็มไปด้วยความกดดัน ที่จะต้องพยายามเก็บสามแต้มให้ได้ ในขณะที่ โคเวนทรี อยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงกว่ามาก
การกลับคืนสู่ลีกสูงสุดของโคเวนทรีต้องเผชิญกับความยากลำบากอย่างแท้จริง เมื่อพวกเขาแพ้รวด 3 นัดติดต่อกัน และยังยิงประตูคู่แข่งไม่ได้เลย อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามในเกมที่พ่ายแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้จะโดน เออร์ลิง ฮาลันด์ ทำประตูชัยในช่วงครึ่งแรก แต่ลูกทีมของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ก็สามารถสร้างโอกาสและกดดันแนวรับเรือใบสีฟ้าได้ในช่วงท้ายเกม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกเขายังคงมีขวัญกำลังใจที่ดีอยู่ เกมนี้จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญของทั้งสองทีม โดยโคเวนทรีต้องการชัยชนะเพื่อสร้างขวัญกำลังใจและลืมความผิดหวัง ส่วนไบรท์ตันต้องการสานต่อฟอร์มการเล่นที่ดีเพื่อลุ้นพื้นที่ยุโรป
วิเคราะห์แท็กติกและผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม
สำหรับ โคเวนทรี ซิตี้ พวกเขาจะยังคงไม่มี ฮาจิ ไรท์ ที่มีอาการบาดเจ็บ ทำให้ ไตโว่ อโวนิยี่ จะเป็นความหวังในการทำประตูเพียงคนเดียว แผนการเล่นที่คาดว่าจะใช้คือ 3-4-2-1 โดยมี คาร์ล รัชเวิร์ธ เฝ้าเสา แนวรับสามคนประกอบด้วย ออเรล อเมนด้า, อีธาน พินน็อค และ บ็อบบี้ โธมัส ซึ่ง โธมัส มีบทบาทสำคัญในการขึ้นเกม แดนกลางใช้ เจย์ ดาซิลวา และ มิลาน ฟาน อีไวก์ เป็นวิงแบ็ก ส่วนคู่มิดฟิลด์ตัวกลางคือ แมตต์ ไกรม์ส และ แฟรงค์ ออนเยก้า โดยมี เอฟรอน เมสัน-คลาร์ก และ ลูม ชาอูน่า คอยสนับสนุน อโวนิยี่ ในแนวรุก
ด้าน ไบรท์ตัน ต้องประสบปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหลายราย ไม่ว่าจะเป็น เจสัน สตีล, มัตส์ วีฟเฟอร์, อีแวน เฟอร์กูสัน, แจ็ค ฮินเชลวูด, ยานคูบา มินเตห์, คาโอรุ มิโตมะ และ ซาดอก โยฮันน่า ส่วน จอร์จินโญ่ รุตเตอร์ ก็ยังไม่แน่นอน ทำให้ ฟาเบียน ฮูร์เซลเลอร์ ต้องปรับทัพพอสมควร คาดว่าพวกเขาจะมาในระบบ 4-2-3-1 โดยมี บาร์ท แฟร์บรูคเกน เป็นผู้รักษาประตู แผงแบ็คโฟร์ประกอบด้วย เฟอร์ดิ คาดิโอลู, ลูอิส ดังค์, ลูก้า วุสโควิช และ โอลิวิเยร์ บอสกาลี คู่มิดฟิลด์ตัวรับเป็น ปาสกาล กรอสส์ และ ยาซีน อายารี่ ส่วนแนวรุกใช้ ดิเอโก้ โกเมซ, มาลิค ยัลคูเย่ และ มักซิม เดอ กุยเปอร์ คอยสนับสนุนหน้าเป้าอย่าง ชาราลัมปอส คอสตูลาส
เกมนี้จะเป็นการต่อสู้กันระหว่างสองสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โคเวนทรีเน้นการเล่นโดยตรงและการเข้าทำเร็ว ส่วนไบรท์ตันถนัดการครองบอลและเคลื่อนที่เพื่อหาช่องเข้าทำ การเล่นลูกเซ็ตเพลย์อาจเป็นอาวุธเด็ดของไบรท์ตัน ซึ่งมีสถิติการทำประตูจากลูกตั้งเตะที่เหนือกว่าโคเวนทรีอย่างชัดเจน การรับมือกับลูกตั้งเตะจึงเป็นงานสำคัญของเจ้าบ้าน
ปัจจัยสำคัญในเกมนี้คือการดวลกันในแดนกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมเกมระหว่าง แมตต์ ไกรม์ส กับสามประสานในแนวรุกของโคเวนทรี และการทำลายจังหวะของ ปาสกาล กรอสส์ ของไบรท์ตัน หากไบรท์ตันสามารถครองบอลและควบคุมเกมแดนกลางได้ โคเวนทรีอาจต้องถอยลงไปรับลึก อย่างไรก็ตาม หากโคเวนทรีสามารถแย่งบอลจังหวะสองและสวนกลับเร็วได้ ก็มีโอกาสที่จะสร้างปัญหาให้กับแนวรับของไบรท์ตันได้เช่นกัน การดวลกันระหว่าง มิลาน ฟาน อีไวก์ และ มักซิม เดอ กุยเปอร์ ก็จะเป็นอีกจุดที่น่าจับตาในเกมนี้
ด้วยความที่ไบรท์ตันมีตัวเลือกในแนวรุกที่หลากหลายกว่า และมีค่าเฉลี่ย Expected Goals (xG) ที่สูงกว่ามากในช่วงหลัง ทำให้พวกเขามีโอกาสที่จะเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะในเกมนี้ อย่างไรก็ตาม โคเวนทรีได้แสดงให้เห็นถึงสปิริตและความมุ่งมั่นในเกมกับแมนฯ ซิตี้ หากพวกเขาสามารถรักษาความเข้มข้นในการเล่นและสร้างโอกาสได้ตั้งแต่ต้นเกม ก็อาจสร้างเซอร์ไพรส์ได้เช่นกัน ผลการแข่งขันที่คาดการณ์ไว้น่าจะอยู่ที่ 0-1, 1-2 หรือ 0-2 โดยไบรท์ตันน่าจะเบียดเอาชนะไปได้