ความหวังที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดสำหรับฤดูกาล 2026/27 ได้พังทลายลงอย่างรวดเร็ว เมื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ ไมเคิล คาร์ริค ออกสตาร์ทได้อย่างน่าผิดหวัง แม้ว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้วเขาจะพาทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เก็บแต้มได้มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่เข้ามาคุมทีมแบบเต็มตัว แต่สถานการณ์ในปัจจุบันกลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง
จากทีมที่เคยแข็งแกร่งและมีลุ้นแชมป์ ตอนนี้ ปีศาจแดง กลับกลายเป็นทีมที่ไร้ทิศทางและขาดแรงบันดาลใจ พวกเขาชนะเพียง 2 เกมจาก 7 นัดแรกในทุกรายการ ซึ่งเป็นฟอร์มการออกสตาร์ทที่ย่ำแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรร่วมกับหลายปีก่อนหน้า และยังตกรอบ คาราบาว คัพ ไปแล้วด้วยการพ่ายแพ้ให้กับ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-2 หลังจากที่นำไปก่อนถึงสองประตู ซึ่งถือเป็นการพ่ายแพ้ที่น่าอับอายและทำลายสถิติที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบ 50 ปี
แม้จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่คาร์ริคยังคงยืนยันที่จะปกป้องลูกทีมของเขา โดยมักจะกล่าวชื่นชมและพยายามหาข้อดีในสถานการณ์ที่เลวร้าย ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าการกระทำเช่นนี้อาจทำให้ผู้เล่นไม่รับผิดชอบต่อผลงานที่ย่ำแย่ของตนเอง แกรี่ เนวิลล์ อดีตกัปตันทีมปีศาจแดง ถึงกับออกมาตำหนิว่านักเตะเล่นกันเหมือน "หุ่นโชว์" ที่ไร้เรี่ยวแรงในการวิ่งและเคลื่อนที่
ปัญหาใหญ่ที่มองเห็นได้ชัดเจนคือแท็คติกของคาร์ริค โดยเฉพาะการส่ง มาเธอุส คุนย่า ลงเล่นในตำแหน่ง False Nine ซึ่งทำให้ประสิทธิภาพของเขาตกลงไปอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากเกมกับ ฟูแล่ม ที่คุนย่าแทบจะไม่มีบทบาท แต่เมื่อโยกไปเล่นปีกซ้าย เขาก็สามารถทำประตูตีเสมอได้ทันที ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการใช้ผู้เล่นไม่ถูกตำแหน่งเป็นการลดทอนศักยภาพของทีม และอีกปัญหาสำคัญคือสภาพร่างกายของนักเตะที่ดูเหมือนจะขาดความฟิตอย่างมาก สอดคล้องกับคำให้การของ ยูริ ตีเลอมันส์ ที่เปิดเผยว่าทีมไม่ได้เน้นการฝึกซ้อมหนักในช่วงพรีซีซั่น ทำให้เห็นได้ชัดว่าทีมชุดนี้อ่อนแอทั้งในเรื่องแท็คติกและสภาพความพร้อมทางกาย
ช่วงพักเบรคทีมชาติจึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะกลับมาทบทวนและแก้ไขข้อผิดพลาดต่างๆ หากยังคงเล่นด้วยฟอร์มที่ไร้ความกระตือรือร้นและขาดความมุ่งมั่นเช่นนี้ต่อไป ไมเคิล คาร์ริค อาจจะต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ และตำแหน่งของเขาอาจจะสั่นคลอนอย่างรุนแรง