ชิคาโก ไฟร์ เตรียมเปิดบ้านรับการมาเยือนของ อินเตอร์ ไมอามี ในศึกเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ (MLS) สายตะวันออก คืนวันพุธนี้ โดยเจ้าถิ่นหวังเก็บชัยชนะเพื่อลดช่องว่างคะแนนไล่จี้ผู้มาเยือนที่รั้งอันดับสองอยู่ในขณะนี้
ปัจจุบัน ชิคาโก ไฟร์ รั้งอันดับสามของตาราง โดยมีคะแนนตามหลัง อินเตอร์ ไมอามี อยู่ 5 แต้ม หากเก็บชัยชนะได้ในเกมนี้จะทำให้ช่องว่างเหลือเพียง 2 คะแนน และยังมีเกมในมืออีกหนึ่งนัด ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยับอันดับในโซนเพลย์ออฟ
ทัพ "เมน อิน เรด" แสดงให้เห็นถึงฟอร์มที่สม่ำเสมอในฤดูกาลนี้ แต่ปัญหาสำคัญคือการรักษาสกอร์นำไว้ไม่ได้ ทำให้พลาดโอกาสเก็บคะแนนไปหลายครั้ง ล่าสุดเพิ่งเสมอ โตรอนโต อย่างสุดมันส์ 4-4 โดยทีมเสียแต้มไปถึง 18 คะแนนจากเกมที่พวกเขายิงนำไปก่อน อย่างไรก็ตาม ฟอร์มในบ้านของ ชิคาโก ไฟร์ ถือเป็นจุดแข็ง พวกเขากำลังมองหาชัยชนะเกมที่สี่ติดต่อกันในบ้าน ซึ่งจะเป็นสถิติชนะในบ้านยาวนานที่สุดของสโมสรในฤดูกาลนี้
หาก ชิคาโก ไฟร์ เก็บชัยชนะได้ พวกเขาจะคว้าชัยในบ้านได้เป็นเกมที่ 8 ของฤดูกาล เทียบเท่าสถิติสูงสุดตั้งแต่ปี 2019 นอกจากนี้ สถิติการพบกับ อินเตอร์ ไมอามี ในบ้านก็ยังเป็นใจ โดยเก็บแต้มได้ถึง 4 จาก 5 เกมหลังสุดที่พบกัน และชนะไปถึง 3 นัด การได้เล่นในบ้านถึง 5 จาก 7 เกมถัดไป ทำให้ ชิคาโก ไฟร์ มีโอกาสทองที่จะเสริมความแข็งแกร่งในเส้นทางสู่รอบเพลย์ออฟ
ขณะที่ อินเตอร์ ไมอามี กลับมีฟอร์มแผ่วลงในช่วงหลัง ไม่ชนะใครมา 5 จาก 6 เกมหลังสุดใน MLS ทำให้ตามหลัง แนชวิลล์ เอสซี ทีมจ่าฝูงถึง 10 คะแนน สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือฟอร์มเกมรับนอกบ้าน โดยเสียไปอย่างน้อย 2 ประตูถึง 8 เกมในฤดูกาลนี้ รวมถึง 8 ประตูใน 2 เกมเยือนหลังสุด แม้เกมรับจะมีปัญหา แต่แนวรุกยังคงอันตรายอย่างยิ่ง โดยทำไปแล้ว 58 ประตู เป็นอันดับหนึ่งของลีก และยิงประตูได้ทุกนัดใน 8 เกมเยือนหลังสุด
คิลี กอนซาเลซ ผู้จัดการทีม อินเตอร์ ไมอามี ยังไม่แพ้ใครตั้งแต่เข้ามาคุมทีม และหวังจะเก็บชัยชนะนอกบ้านนัดแรกให้ได้ในเกมนี้ การเผชิญหน้ากันครั้งนี้อาจตัดสินด้วยว่า ชิคาโก ไฟร์ จะใช้ประโยชน์จากเกมรับที่เปราะบางของ ไมอามี ได้หรือไม่ โดยไม่ทำผิดพลาดซ้ำรอยเดิมที่มักจะเสียประตูนำไปก่อน ทางด้าน อินเตอร์ ไมอามี ก็ต้องใช้คุณภาพเกมรุกเข้าจัดการกับ ชิคาโก ไฟร์ ที่แม้จะเล่นในบ้านได้ดี แต่ก็มีช่องโหว่ให้เห็น
ความพร้อมผู้เล่นและแทคติกที่คาดการณ์
ชิคาโก ไฟร์ อาจขาดผู้เล่นสำคัญอย่าง โจนาธาน แบมบ้า, เอ็มเบเคเซลิ เอ็มโบคาซี และ อังเดร ฟรังโก ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บที่ขา คาดว่า เอ็มโบคาซี และ ฟรังโก จะพลาดลงสนามในเกมนี้ ทำให้ เกร็กก์ เบอร์ฮัลเตอร์ น่าจะต้องปรับทัพในแนวรับและแผงกลาง แต่แนวรุกยังคงมีคุณภาพ มาเรน ไฮเล-เซลาสซี กำลังฟอร์มร้อนแรงหลังยิงสองประตูในเกมกับ โตรอนโต และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ จะยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า โดยยิงไปแล้ว 5 ประตูจาก 8 เกมใน MLS
ผังการเล่นที่คาดการณ์ (4-3-3): เบรดี; ดีน, โรเจอร์ส, เอลเลียตต์, กัตมัน; ซาเลตรอส, ดาบิลล์, ไฮเล-เซลาสซี; ซิงเกอร์นาเกล, เลวานดอฟสกี้, ดิตเธฮาเน
อินเตอร์ ไมอามี ก็มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเช่นกัน อาทิ เซร์คิโอ เรกีลอน, มิคาเอล และ ซานติอาโก โมราเลส แต่ยังคงมีขุมกำลังแนวรุกที่น่ากลัว นำโดย ลิโอเนล เมสซี และ หลุยส์ ซัวเรซ เมสซีเพิ่งทำแอสซิสต์ในเกมเสมอกับ แอตแลนตา ยูไนเต็ด 2-2 และยังเป็นดาวซัลโวร่วมของ MLS ด้วย 18 ประตู
ผังการเล่นที่คาดการณ์ (4-3-3): เซนต์ แคลร์; เฟรย์, กาเซมิโร, ฟัลคอน, ไกเซโด; เดอ ปอล, ไบรท์, เซโกเวีย; เมสซี, ซัวเรซ, ซิลเวตติ
ลิโอเนล เมสซี ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในเกมรุกของ อินเตอร์ ไมอามี เขามีสถิติยิง 18 ประตู และยังเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์ MLS ที่มีส่วนร่วมกับประตูอย่างน้อย 30 ครั้งใน 3 ฤดูกาลแยกกัน ความสามารถในการสร้างสรรค์เกมของเมสซีจะเป็นกุญแจสำคัญในการเจาะแนวรับของ ชิคาโก ไฟร์ ที่มีปัญหาเรื่องการเสียประตูนำไปก่อนอยู่เสมอ
ด้วยฟอร์มในบ้านของ ชิคาโก ไฟร์ ที่แข็งแกร่ง และสถิติที่ดีในการเจอกับ ไมอามี ที่สนามโซลด์เยอร์ ฟิลด์ ทำให้เจ้าถิ่นมีโอกาสที่จะคว้าชัยชนะ อย่างไรก็ตาม เกมรุกของ อินเตอร์ ไมอามี ที่ยิงไปแล้วถึง 58 ประตู ก็ไม่อาจมองข้ามได้ แม้จะมีปัญหาในแนวรับที่อาจทำให้พวกเขาไม่สามารถครองเกมได้ทั้งหมด แต่คุณภาพในแนวรุกก็เพียงพอที่จะเก็บอย่างน้อยหนึ่งแต้มกลับบ้านได้ คาดว่าเกมนี้จะเป็นการเปิดแลกและมีประตูเกิดขึ้นมากมาย โดยมีโอกาสสูงที่จะจบลงด้วยผลเสมอ 2-2