ศึกพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้เตรียมเดือดระอุ เมื่อ เชลซี มีคิวเปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของเพื่อนร่วมกรุงลอนดอนอย่าง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในวันเสาร์นี้ โดยทั้งสองทีมต่างต้องการผลการแข่งขันที่ดีเพื่อสร้างโมเมนตัม แต่ด้วยเป้าหมายที่แตกต่างกัน
ท็อตแน่ม เพิ่งปลดล็อกคว้าชัยเหนือ โคเวนทรี ซิตี้ 3-1 เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทำให้ทีมของ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ได้รับกำลังใจกลับมาเล็กน้อย แต่ความท้าทายที่แท้จริงคือการบุกมาเยือน เชลซี ที่ฟอร์มกำลังเข้าฝัก หลังเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-0 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และมีสถิติที่เหนือกว่าเมื่อยามพบกับ สเปอร์ส ด้วยการชนะถึง 6 นัดติดต่อกัน ทำให้พวกเขาเป็นต่ออย่างชัดเจนในเกมนี้ ฝั่งเจ้าบ้านมุ่งมั่นที่จะรักษาอันดับ 4 ไว้ให้ได้ ขณะที่ สเปอร์ส ต้องการเปลี่ยนกำลังใจที่ได้มาให้เป็นคะแนนจากเกมเยือนที่ยากลำบาก
สถานการณ์ของทั้งสองทีม
สำหรับ เชลซี ผลการแข่งขันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรวมสถานะในพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีก หากชนะก็จะทำให้ตำแหน่งมั่นคงขึ้น แต่หากเสมอหรือแพ้ เป้าหมายก็ยังคงอยู่ เกมนี้ เชลซี มาพร้อมกับชัยชนะ 2 นัดติดต่อกัน ยิงไป 9 ประตู และเสียไป 6 ประตูจาก 4 เกมหลังสุด และเพิ่งเก็บคลีนชีตแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคมได้ในเกมกับเอฟเวอร์ตัน
ส่วนทางด้าน ท็อตแน่ม โครงการใหม่ของ ชาบี อลอนโซ่ ยังคงต้องการความมั่นใจอย่างต่อเนื่อง แม้ชัยชนะนัดแรกของฤดูกาลจะช่วยยกระดับจิตใจ แต่พวกเขายังคงอยู่ในกลุ่มท้ายตาราง และไม่สามารถพลาดท่าได้อีก หากชนะก็จะสร้างโมเมนตัมให้กับฤดูกาลได้ แต่หากเสมอ ก็ยังพอรักษาเป้าหมายไว้ได้ ทว่าหากแพ้ ก็จะทำให้พวกเขาอยู่ใกล้โซนตกชั้นมากเกินไป สเปอร์ส ยิงไป 6 ประตูและเสีย 5 ประตูจาก 4 เกมหลังสุด และการทำ 3 ประตูจากนอกกรอบในเกมล่าสุดแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการทำประตู แต่การเล่นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ กับสถิติการพบกันที่ผ่านมา ทำให้งานของ สเปอร์ส หนักขึ้นไปอีก
คาดการณ์ผู้เล่นและแทคติก
เชลซี คาดว่าจะใช้ระบบ 3-4-2-1 โดยมีผู้เล่นบาดเจ็บหลายราย เช่น เอมิเลียโน มาร์ติเนซ (ผ่าตัดกราม), รีซ เจมส์ (เข่า) และ เอ็มมานูเอล เอเมกฮา (ความฟิต) การขาดหายไปของ รีซ เจมส์ ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างทีม แต่ เปโดร เนโต้ น่าจะเข้ามาเติมเต็มในฝั่งขวา โดยมี จอช อเชียมปง คอยสนับสนุนในเกมรับ
ผู้รักษาประตูจะเป็น ไมค์ เพนเดอร์ส แผงหลัง 3 คน ได้แก่ แม็กซองซ์ ลาครัวซ์, เลวี่ โคลวิลล์ และ อเชียมปง แดนกลางคู่กันคือ มอยเซส ไคเซโด้ กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน โดยมี จอร์เรล ฮาโต้ และ เนโต้ คอยเติมเกมริมเส้น แผนการบุกจะฝากไว้ที่ มอร์แกน โรเจอร์ส, โคล พาลเมอร์ และ เจา เปโดร
ด้าน ท็อตแน่ม คาดว่าจะมาในระบบ 4-2-3-1 โดยมีผู้เล่นบาดเจ็บและไม่พร้อมลงสนามหลายรายเช่นกัน เช่น มิไคโล มูดริค, ซาบี ซิมอนส์ และ โรดริโก้ เบนทานคูร์ ที่ติดโทษแบน
อันโตนิน คินสกี้ น่าจะยืนเฝ้าเสา แผงหลังประกอบด้วย อาร์ชี เกรย์, แยน โพล ฟาน เฮคเค่, มิคกี้ ฟาน เดอ เวน และ เบน เดวีส์ แดนกลางมี ซานโดร โตนาลี และ มาเตอุส เฟอร์นันเดส โดยมี คอนอร์ กัลลาเกอร์ ทำเกมรุกตรงกลาง ริมเส้นสองฝั่งเป็น โอมาร์ มาร์มูช และ โมฮัมเหม็ด คูดุส ส่วนหน้าเป้าคือ โดมินิค โซลันกี้
การปะทะกันทางแทคติก
ระบบ 3-4-2-1 ของ เชลซี ถูกออกแบบมาเพื่อให้ โคล พาลเมอร์ และ มอร์แกน โรเจอร์ส ใกล้ชิดกับ เจา เปโดร มากที่สุด เพื่อโจมตีพื้นที่ระหว่างกองกลางและแผงหลังของ สเปอร์ส ขณะที่ สเปอร์ส ด้วยระบบ 4-2-3-1 จะเน้นการครองบอลและสร้างเกมจากแดนกลางอย่างระมัดระวัง การดวลกันระหว่าง โคล พาลเมอร์ และ ซานโดร โตนาลี ในพื้นที่แดนกลางจะเป็นจุดตัดสินสำคัญของเกมนี้
เชลซี มีค่าเฉลี่ยการครองบอลที่ 50% และ สเปอร์ส 59% ซึ่งบ่งชี้ว่าทีมเยือนคุ้นเคยกับการควบคุมเกมมากกว่า แต่หาก เชลซี สามารถหยุดยั้งการครองบอลของ สเปอร์ส ได้ ทีมเยือนก็อาจต้องตั้งรับนานกว่าที่วางแผนไว้
บทสรุปและการทำนายผล
เราคาดว่า เชลซี จะเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะในเกมนี้ ด้วยระบบ 3-4-2-1 ที่จะทำให้ โคล พาลเมอร์ และ เจา เปโดร มีอิสระในการโจมตีแนวรับของ สเปอร์ส แม้สถิติ xG (Expected Goals) ของทั้งสองทีมจะใกล้เคียงกัน แต่ศักยภาพในการสร้างสรรค์โอกาสของ เชลซี น่าจะเพียงพอที่จะทำให้พวกเขาได้ประตู สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่นักเตะแนวรุกของเจ้าบ้านจะใช้พื้นที่ว่างที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม อันตรายสำหรับ เชลซี คือความสามารถของ สเปอร์ส ในการควบคุมเกม หาก ซานโดร โตนาลี สามารถปิดกั้นพื้นที่ระหว่างไลน์ของ เชลซี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ สเปอร์ส สามารถดึงวิงแบ็คของ เชลซี ให้เปิดพื้นที่ แล้วโจมตีผ่าน โดมินิค โซลันกี้ พวกเขาก็มีโอกาสที่จะได้ผลการแข่งขันที่ดี
ผลการแข่งขันที่เป็นไปได้คือ 2-1, 2-0 หรือ 1-1 เชลซี ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับการชนะ แต่ผลเสมอเป็นสิ่งที่ต้องระวังหากกองกลางของ สเปอร์ส สามารถต้านทานเกมรุกของ เชลซี ในช่วงต้นเกมได้