ปิดฉากลงไปแล้วสำหรับตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ปี 2026 ที่ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่มีความวุ่นวาย แต่กลับมีประสิทธิภาพอย่างยิ่งยวดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของ สโมสรเชลซี ภายใต้การนำของ ชาบี อลอนโซ่ กุนซือคนใหม่ พวกเขาสามารถปรับโครงสร้างทีมได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการปล่อยนักเตะชื่อดังออกจากทีมพร้อมกับการดึงดาวรุ่งฝีเท้าดีและแข้งมากประสบการณ์เข้ามาเสริมแกร่ง โดยเน้นไปที่การยกระดับคุณภาพของทีมโดยรวม แทนที่จะสะสมดาวรุ่งที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ฝีเท้า
ในแง่ของการเงิน เชลซีแสดงให้เห็นถึงความชาญฉลาดอย่างแท้จริง พวกเขาสามารถสร้างรายรับจากการขายนักเตะได้สูงถึง 409.7 ล้านปอนด์ ขณะที่ใช้เงินไปกับการเสริมทัพ 342.4 ล้านปอนด์ ส่งผลให้ตลาดรอบนี้พวกเขามี กำไรสุทธิ 67.3 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากในวงการฟุตบอลยุคปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในครั้งนี้ทำให้ ชาบี อลอนโซ่ มีตัวเลือกที่หลากหลายและพร้อมสำหรับการสร้างทีมที่แข็งแกร่ง
สำหรับการเสริมทัพ “สิงห์บลูส์” ได้นำผู้เล่นที่มีศักยภาพเข้ามาหลายราย อาทิ มอร์แกน โรเจอร์ส ที่เข้ามาเพิ่มความเฉียบคมในแนวรุก รวมถึง แม็กซ็องซ์ ลาครัวซ์ และ มาร์โก ปาเลสตร้า ที่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งในแนวรับ ในทางกลับกัน ฝ่ายบริหารก็แสดงความเด็ดขาดด้วยการปล่อยนักเตะระดับสตาร์หลายคนออกจากทีม ไม่ว่าจะเป็น เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ, อันเดรย์ ซานโต๊ส และ มาร์ค คูคูเรญ่า เพื่อเป็นการสร้างวัฒนธรรมและทิศทางใหม่ให้กับทีมอย่างแท้จริง
แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ก็มีเรื่องราวที่น่าผิดหวังเกิดขึ้นในช่วงท้ายตลาด โดยเฉพาะกรณีของ ลามีน กามาร่า กองกลางวัย 22 ปี จากโมนาโก ที่การย้ายทีมมูลค่า 47.1 ล้านปอนด์ต้องล่มลงในนาทีสุดท้าย ทั้งที่เจ้าตัวผ่านการตรวจร่างกายและตกลงสัญญาส่วนตัวได้แล้ว การล่มดีลนี้เกิดขึ้นหลังจากโมนาโกสามารถขาย โฟลาริน บาโลกัน ไปเอฟเวอร์ตันได้สำเร็จ ทำให้พวกเขาไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการขายกามาร่า ส่งผลให้บอร์ดบริหารของเชลซีแสดงความไม่พอใจอย่างมากกับการกระทำของสโมสรจากฝรั่งเศส แม้จะมีเหตุการณ์พลิกล็อกดังกล่าว แต่ภาพรวมแล้ว การทำธุรกิจในตลาดซัมเมอร์ของเชลซีถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงาม พวกเขาสามารถทำกำไรได้พร้อมกับการยกระดับคุณภาพทีม ทำให้ ชาบี อลอนโซ่ ออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยม