แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เตรียมเปิดศึกตัดสินกับ เรอัล มาดริด ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดที่สอง หลังจากบุกไปพ่ายแพ้มาด้วยสกอร์ 0-3 ที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ทำให้ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องสร้างค่ำคืนแห่งปาฏิหาริย์ที่เอติฮัด สเตเดี้ยมให้ได้
เกมแรกที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว, เรอัล มาดริด แสดงให้เห็นถึงความเฉียบคม แม้จะขาดผู้เล่นสำคัญอย่าง คีเลียน เอ็มบัปเป้, จู๊ด เบลลิงแฮม และ โรดรีโก้ โกเอส แต่ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ ก็ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริกได้อย่างสุดสวย
อย่างไรก็ตาม แมนฯ ซิตี้ ยังพอมีหวังจากสถิติเก่าๆ ที่เคยถล่ม เรอัล มาดริด 4-0 ในบ้านเมื่อฤดูกาล 2022/23 ในรอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง ก่อนจะคว้าแชมป์ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ แต่กระนั้น ฟอร์มของทีมในฤดูกาลนี้ยังไม่คงเส้นคงวาเท่าที่ควร
ถึงแม้จะมีนักเตะพรสวรรค์อย่าง เออร์ลิง ฮาลันด์ ที่แม้จะปืนฝืดไปบ้างในช่วงหลัง แต่ก็พร้อมจะกลับมายิงประตูได้ทุกเมื่อ รวมถึง โรดรี้ ที่คอยบัญชาเกมในแดนกลาง แต่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ก็ต้องทำการบ้านอย่างหนักเพื่อหาทางเจาะแนวรับของ เรอัล มาดริด ให้ได้
อย่างไรก็ตาม เรอัล มาดริด ก็มาพร้อมกับความมั่นใจเต็มเปี่ยม หลังเก็บชัยชนะมา 3 นัดรวด แถมยังมีสถิติที่ข่ม แมนฯ ซิตี้ อยู่เล็กน้อยในการเจอกันใน UCL ทำให้เกมนี้จะเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญของ แมนฯ ซิตี้ ว่าจะสามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้หรือไม่