ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน กำลังอยู่ในช่วงที่มั่นใจ แม้ว่าเป้าหมายท็อป 4 ในฤดูกาลนี้อาจจะดูยาก แต่พวกเขายังมีโอกาสที่จะคว้าตั๋วไปเล่นในรายการยูโรป้า ลีก หรือ คอนเฟอเรนซ์ ลีก ในฤดูกาลหน้าได้ ทำให้เกมที่จะพบกับ เชลซี ที่ฟอร์มกำลังร่วง จึงเป็นโอกาสดีที่จะเก็บแต้ม
ลูกทีมของ ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ ทำผลงานได้ดีในช่วงหลัง ไม่แพ้ใครมา 4 เกมติดต่อกัน รวมถึงการเอาชนะ ซันเดอร์แลนด์, ลิเวอร์พูล และ เบิร์นลีย์ แถมยังบุกไปยันเสมอ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ได้อย่างสุดมันในช่วงท้ายเกม ทำให้ขวัญกำลังใจของทีมดีเยี่ยม
ขณะที่ เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ เลียม โรซีเนียร์ กำลังเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก หลังจากพ่ายแพ้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปอีกนัด ทำให้พวกเขาแพ้ในลีก 4 เกมติดต่อกัน สถานการณ์ของทีมอยู่ในช่วงที่ต้องการแต้มอย่างมากเพื่อลุ้นพื้นที่ยุโรป
ข่าวร้ายของเชลซีคือปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บที่เพิ่มขึ้น เอสเตเวา เจ็บแฮมสตริง, เอ็นโซ่ เฟอร์นานเดซ เจ็บน่อง และ ชูเอา เปโดร ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังมี เบอนัวต์ บาเดียชิล, ฟิลิป ยอร์เกนเซ่น, รีซ เจมส์ และ เลวี คอลวิลล์ ที่ยังคงพักรักษาตัว ทำให้โรซีเนียร์มีปัญหาในการจัดทัพอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม เชลซียังคงต้องพึ่งพาฟอร์มของ โคล พาลเมอร์ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่ง ที่เคยทำผลงานได้ดีในการเจอกับไบรท์ตัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยิง 4 ประตูในเกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว
เฮอร์เซเลอร์ อาจจะต้องปรับทัพบ้างเล็กน้อยเนื่องจาก ดิเอโก้ โกเมซ และ คาโอรุ มิโตมะ มีอาการบาดเจ็บ แต่โดยรวมแล้วทีมยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวรุกที่ ยานคูบา มินเตห์ และ จอร์จินิโอ รุตเตอร์ พร้อมที่จะสร้างความอันตราย
ด้วยฟอร์มการเล่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ไบรท์ตันที่เล่นในบ้านและกำลังมั่นใจ มีโอกาสสูงที่จะสร้างความปวดหัวให้กับเชลซี และย้ำแค้นให้สิงห์บลูส์ต้องพบกับความพ่ายแพ้เป็นเกมที่ 5 ติดต่อกันในลีก