ทัพ 'เซเลเซา' ทีมชาติบราซิล เตรียมลงสนามอุ่นเครื่องนัดสำคัญเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังจะมาถึง โดยจะดวลแข้งกับทีมชาติอียิปต์ในเกมกระชับมิตร ณ สนามฮันติงตัน แบงก์ ฟิลด์ รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา เกมนี้ถือเป็นโอกาสสุดท้ายที่ทีมแซมบ้าจะได้สร้างความคุ้นเคยและจังหวะของทีมให้ลงตัวก่อนทัวร์นาเมนต์ใหญ่จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
สำหรับบราซิล เจ้าของสถิติแชมป์โลก 5 สมัย การมาถึงทัวร์นาเมนต์ที่อเมริกาเหนือครั้งนี้มาพร้อมกับความกดดันมหาศาลที่จะต้องยุติการรอคอยแชมป์โลกสมัยที่ 6 ที่ยาวนาน ในขณะเดียวกัน ทีมชาติอียิปต์ ภายใต้การคุมทีมของ ฮอสซัม ฮัสซัน ซึ่งกำลังเตรียมตัวสำหรับการเข้าสู่รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่สี่ ก็หวังที่จะใช้ความแข็งแกร่งในเกมรับที่เคยสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม มารับมือกับหนึ่งในยักษ์ใหญ่ของวงการลูกหนังโลก
บททดสอบสุดท้ายก่อนบอลโลก
ย้อนกลับไปการพบกันครั้งล่าสุดของทั้งสองทีมเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2011 ซึ่งบราซิลคว้าชัยไป 2-0 จากการเหมาคนเดียวสองประตูของ โจนาส ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมาหลายสิ่งหลายอย่างได้เปลี่ยนแปลงไป แต่ความคาดหวังที่มีต่อบราซิลยังคงเดิม คือสิ่งใดก็ตามที่ต่ำกว่าการลุ้นแชมป์โลกอย่างจริงจัง ถือเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง แม้ว่าฟอร์มการเล่นในรอบคัดเลือกโซนอเมริกาใต้ของบราซิลจะดูไม่โดดเด่นนัก โดยจบอันดับห้าหลังจากชนะเพียงแปดนัดจาก 18 เกม แต่ภายใต้การนำของ คาร์โล อันเชล็อตติ พวกเขายังคงเป็นทีมที่ไม่สามารถมองข้ามได้
อียิปต์เองก็มีความทะเยอทะยานเช่นกัน แม้ว่าพวกเขาจะเคยผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกมาแล้วในปี 1934, 1990 และ 2018 แต่ก็ยังไม่เคยผ่านรอบแบ่งกลุ่มไปได้เลย ทว่าฟุตบอลโลก 2026 ที่จะมีการเพิ่มจำนวนทีมในรอบสุดท้าย ก็ถือเป็นโอกาสครั้งใหม่สำหรับทัพ 'ฟาโรห์' ที่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เกมรับของอียิปต์ภายใต้การคุมทีมของฮัสซันนั้นแข็งแกร่งอย่างน่าประทับใจ โดยทำสถิติคลีนชีตมาแล้วถึงสี่นัดติดต่อกัน รวมถึงการเสมอแชมป์ยุโรปอย่างสเปน 0-0 ในเดือนมีนาคม และการเอาชนะรัสเซีย 1-0 บราซิลจึงต้องอาศัยผู้เล่นที่มีความสามารถเฉพาะตัวสูง เพื่อเจาะเกมรับที่เหนียวแน่นของอียิปต์ให้ได้
การจัดทัพจากสองกุนซือ
คาดการณ์ว่า คาร์โล อันเชล็อตติ อาจจะใช้เกมนี้เป็นโอกาสในการหมุนเวียนผู้เล่น และให้เวลาลงสนามแก่นักเตะหลายคนเพื่อสร้างความฟิต โดยผู้เล่นหลักอย่าง วินิซิอุส จูเนียร์, ราฟินญ่า, คาเซมิโร่, บรูโน่ กีมาไรส์ และ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ต่างพร้อมลงสนาม ผู้เล่นที่เพิ่งกลับจากยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่าง มาร์กินญอส, กาเบรียล มากัลเญส และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ก็พร้อมเป็นตัวเลือกเช่นกัน โดยบราซิลน่าจะมาในระบบ 4-2-3-1 มี อลีสซอน เฝ้าเสา, คู่เซ็นเตอร์เป็น มาร์กินญอส กับ กาเบรียล ส่วนแผงกลาง คาเซมิโร่ กับ บรูโน่ กีมาไรส์ จะคุมเกม และมี วินิซิอุส จูเนียร์ เป็นตัวอันตรายริมเส้นฝั่งซ้าย
มาทางฝั่งอียิปต์ภายใต้การคุมทีมของ ฮอสซัม ฮัสซัน เองก็ไม่มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบนเช่นกัน โดยหัวใจหลักของทีมอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คาดว่าจะกลับมาลงสนามเป็นตัวจริง นำทัพเพื่อนร่วมทีมลงล่าชัยชนะ อียิปต์ก็คาดว่าจะใช้ระบบ 4-2-3-1 เช่นกัน โดยมี โมฮาเหม็ด เอล เชนาวี เป็นผู้รักษาประตู และมี โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นตัวทีเด็ดในแนวรุกด้านขวา โดยมี เอมาม อาชูร์ เป็นตัวทำเกมตรงกลางคอยสนับสนุน
วินิซิอุส จูเนียร์ จะเป็นผู้เล่นที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษในเกมนี้ เนื่องจากความเร็วและความสามารถในการเล่นแบบตัวต่อตัวของเขา อาจเป็นกุญแจสำคัญในการเจาะแนวรับของอียิปต์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความมีวินัย แม้ว่าอียิปต์จะมีการป้องกันที่แข็งแกร่ง แต่คุณภาพในแนวรุกที่เหนือกว่าของบราซิล รวมถึงความจำเป็นในการสร้างโมเมนตัมก่อนฟุตบอลโลก น่าจะทำให้บราซิลเป็นฝ่ายได้เปรียบ และเก็บชัยชนะไปได้ในที่สุด