ในวันเสาร์นี้ แฟนบอลแชมเปี้ยนชิพเตรียมตัวรับชมการปะทะกันของสองทีมฟอร์มแรงอย่าง เบอร์มิงแฮม ซิตี้ และ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส (QPR) ที่สนามเซนต์แอนดรูว์ส @ ไนท์เฮด พาร์ค โดยทั้งสองทีมต่างต้องการเก็บชัยชนะเพื่อรักษาโอกาสในการลุ้นพื้นที่เพลย์ออฟเลื่อนชั้น
ทั้งคู่ต่างเดินทางมาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม หลังโชว์ฟอร์มสุดโหดในเกมกลางสัปดาห์ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ถล่มเพรสตัน นอร์ท เอนด์ ไป 4-0 ส่วน QPR ก็ไม่น้อยหน้าด้วยการเอาชนะดาร์บี้ เคาน์ตี้ 4-1 ซึ่งจากผลงานอันยอดเยี่ยมนี้ ทำให้แมตช์นี้ถูกจับตามองว่าจะเป็นการแข่งขันที่เข้มข้นและน่าสนใจอย่างยิ่ง
เบอร์มิงแฮม ซิตี้: ฟอร์มแกร่งในบ้านพร้อมไล่ล่าตั๋วเลื่อนชั้น
ความทะเยอทะยานในการเลื่อนชั้นของเบอร์มิงแฮมกำลังพุ่งทะยาน หลังเก็บชัยชนะและไม่เสียประตูมาสองนัดติดต่อกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมล่าสุดที่ไล่ถล่มเพรสตัน 4-0 ซึ่ง ออกัสต์ พริสก์ เหมาคนเดียวสองประตู ขณะที่ เลียม มิลลาร์ และ เดมาไร เกรย์ ก็มีชื่อเป็นผู้ทำประตูด้วยเช่นกัน
ผลงานอันยอดเยี่ยมนี้ทำให้เบอร์มิงแฮมขยับขึ้นมารั้งอันดับสี่ในตารางแชมเปี้ยนชิพ มีแต้มห่างจากอันดับสองอย่างมิดเดิลสโบรห์เพียง 4 คะแนนเท่านั้น สิ่งที่น่าสังเกตคือฟอร์มการเล่นของทีมที่ดูลงตัวมากขึ้นทั้งเกมรุกและเกมรับ โดยเฉพาะการไม่เสียประตูสองนัดติด เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้นักเตะแนวรุกเล่นได้อย่างอิสระและมั่นใจมากขึ้น
การทำสองประตูของพริสก์ยังเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับทีมอีกด้วย กองหน้าทีมชาติเดนมาร์ก U21 รายนี้ แบกภาระในตำแหน่งกองหน้าตัวกลางมาตลอด การทำสองประตูได้เป็นครั้งแรกในอังกฤษ น่าจะเพิ่มความมั่นใจให้เขาอย่างมาก นอกจากนี้สถิติในบ้านของเบอร์มิงแฮมก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน พวกเขาไม่แพ้ใครในบ้าน 5 นัดแรกของฤดูกาล แม้ว่า 4 ใน 5 เกมนั้นจะจบลงด้วยผลเสมอ
ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส: ฟอร์มเยือนสุดแกร่งพร้อมสร้างเซอร์ไพรส์
ด้าน QPR ก็เป็นอีกทีมที่ทำผลงานนอกบ้านได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ พวกเขาตอบสนองต่อฟอร์มที่น่าผิดหวังก่อนหน้านี้ด้วยการเอาชนะดาร์บี้ เคาน์ตี้ 4-1 โดยได้ประตูจาก นิโคลัส แมดเซ่น, พอล สมิธ, ฮาร์วีย์ เวล และ อัลฟี ลอยด์
ฟอร์มการเล่นในเกมนั้นแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจและอิสระในการเล่นเกมรุกของ QPR อย่างชัดเจน ทำให้พวกเขากลับมาอยู่ในเส้นทางลุ้นเพลย์ออฟอีกครั้ง และสถิตินอกบ้านของพวกเขาก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่น่าจับตา QPR ไม่แพ้ใครในการเล่นนอกบ้าน 5 นัดแรกของแชมเปี้ยนชิพ โดยชนะ 2 เสมอ 3 เกมเยือนล่าสุดของพวกเขานั้นน่าประทับใจเป็นพิเศษ ด้วยการบุกไปยันเสมอเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ลอนดอน สเตเดี้ยมได้ หลัง เพียร์ซ ชาร์ลส์ เซฟจุดโทษในช่วงท้ายเกม
การพบกันครั้งนี้จึงเป็นเกมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เมื่อเบอร์มิงแฮมแข็งแกร่งในบ้าน ขณะที่ QPR ก็เป็นทีมที่เล่นนอกบ้านได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ เบอร์มิงแฮมยังอยู่ในช่วงฟอร์มร้อนแรงในแนวรุก หลังยิงไป 4 ประตูติดต่อกัน เช่นเดียวกับ QPR ที่ยิงได้ 4 ประตูในเกมกับดาร์บี้ แสดงให้เห็นว่าทั้งคู่กำลังจูนเครื่องติดในแนวรุก คำถามสำคัญคือ เบอร์มิงแฮมจะสามารถเปลี่ยนผลเสมอในบ้านให้เป็นชัยชนะได้หรือไม่ หรือ QPR จะรักษาสถิติไร้พ่ายนอกบ้านต่อไปได้
คาดการณ์ว่าเบอร์มิงแฮมไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทีมมากนักหลังคว้าชัยชนะและเก็บคลีนชีตได้สองนัดติดต่อกัน โดย โทโมกิ อิวาตะ น่าจะได้ลงเล่นในแดนกลางร่วมกับ จอน โซลิส ในระบบ 4-5-1 ขณะที่ แพค ซึง-โฮ ยังคงบาดเจ็บอยู่ ทางด้าน QPR เสีย อามาดู มเบงเก้ ที่บาดเจ็บเข่า ทำให้ คีลีย์ อดัมสัน อาจได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่องในตำแหน่งแบ็คขวา
เกมนี้จึงเป็นบทพิสูจน์สำคัญสำหรับทั้งสองทีมว่าใครจะแกร่งพอที่จะคว้าสามแต้มสำคัญไปครอง เพื่อขยับเข้าใกล้เป้าหมายในการเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดของอังกฤษ