เบนฟิก้า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งลีกโปรตุเกส กำลังเดินหน้าเจรจาเพื่อคว้าตัว เคลาดิโอ เอเชเวร์รี่ กองกลางดาวรุ่งชาวอาร์เจนตินา ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมด้วยสัญญายืมตัวจนถึงสิ้นสุดฤดูกาล 2026/27 โดยทั้งสองฝ่ายต่างมองว่าการย้ายทีมครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาฝีเท้าของนักเตะ
จากรายงานของ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าวชื่อดัง เบนฟิก้ากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อดึงตัว เอเชเวร์รี่ มาร่วมทัพแบบยืมตัว ซึ่งทาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เองก็เปิดกว้างสำหรับแนวคิดนี้ เพื่อให้นักเตะได้รับโอกาสลงสนามและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
เอเชเวร์รี่ ย้ายมาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จาก ริเวอร์ เพลท สโมสรดังในอาร์เจนตินา ด้วยค่าตัว 12.5 ล้านปอนด์ ในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมปี 2024 ก่อนที่จะถูกปล่อยยืมกลับไปยังสโมสรเก่าทันทีเป็นเวลาหนึ่งปี และเพิ่งกลับมายังถิ่นเอติฮัด สเตเดียม เมื่อเดือนมกราคมปี 2025
หลังจากใช้เวลาครึ่งฤดูกาลกับ เรือใบสีฟ้า เอเชเวร์รี่ ได้ลงสนามเพียง 3 นัด ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตัดสินใจปล่อยเขายืมตัวอีกครั้ง โดยไปเล่นให้ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (11 นัด) และ กิโรน่า (17 นัดในทุกรายการ) สโมสรพันธมิตรของทีม การที่สโมสรมองว่านักเตะยังต้องการประสบการณ์ ทำให้การยืมตัวครั้งใหม่จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
ในตลาดซื้อขายช่วงซัมเมอร์นี้ มีหลายทีมแสดงความสนใจในตัว เอเชเวร์รี่ โดยมีรายงานว่า มอนซ่า จากกัลโช่ เซเรีย อา เคยพิจารณาการย้ายทีมเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า เบนฟิก้า จะเป็นสโมสรที่จริงจังที่สุดในตอนนี้ มาร์โก ซิลวา กุนซือของเบนฟิก้า ต้องการดึงนักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดีเข้ามาร่วมทีมเพื่อพัฒนาศักยภาพ และเบนฟิก้าเองก็ขึ้นชื่อเรื่องโครงการพัฒนานักเตะ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับเอเชเวร์รี่
นอกจากนี้ การย้ายมาเบนฟิก้าจะช่วยให้ เอเชเวร์รี่ ได้รับโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการสั่งสมประสบการณ์ในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการเติบโตของนักเตะดาวรุ่ง ขณะที่ในถิ่นเอติฮัด สเตเดียม ภายใต้การคุมทีมของ เอนโซ มาเรสก้า มีตัวเลือกในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกที่ เอเชเวร์รี่ ถนัดอยู่แล้วมากมาย ซึ่งทำให้โอกาสในการเบียดเป็นตัวจริงนั้นค่อนข้างจำกัด แม้ว่าสัญญาของเจ้าตัวกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะมีถึงปี 2028 แต่การยืมตัวครั้งนี้อาจเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่จะเร่งเส้นทางสู่ทีมชุดใหญ่ของเขาได้ในอนาคต หากทำผลงานได้ดี