debet world88 wy88 มั่นคง88
เบลเยียม vs ฝรั่งเศส: ศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ของกุนซือใหม่
UEFA Nations League

เบลเยียม vs ฝรั่งเศส: ศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ของกุนซือใหม่

พรีวิวศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ระหว่างเบลเยียมและฝรั่งเศส สองชาติที่ต่างมีกุนซือคนใหม่นำทีม ท่ามกลางความท้าทายและการขาดหายไปของซูเปอร์สตาร์

แชร์ข่าวนี้: Facebook LINE X
พรีวิวศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ระหว่างเบลเยียมและฝรั่งเศส สองชาติที่ต่างมีกุนซือคนใหม่นำทีม ท่ามกลางความท้าทายและการขาดหายไปของซูเปอร์สตาร์

ทัพปีศาจแดงแห่งยุโรป เบลเยียม เตรียมเปิดรัง คิง บัลด์วิน สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของแชมป์โลกอย่าง ฝรั่งเศส ในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีกเอ วันจันทร์นี้ ซึ่งเป็นเกมที่น่าจับตาอย่างยิ่ง เพราะทั้งสองทีมต่างอยู่ภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมคนใหม่ และเริ่มต้นฤดูกาลด้วยชัยชนะทั้งคู่

เบลเยียม ภายใต้การนำของ มาร์ค ฟาน บอมเมล ประเดิมสนามได้อย่างสวยหรูด้วยการเอาชนะอิตาลี 2-0 สร้างความมั่นใจให้กับทีมอย่างมาก โดยเฉพาะการเก็บคลีนชีตได้เป็นครั้งแรกในรอบหลายนัด ส่วน ฝรั่งเศส ที่มี ซีเนดีน ซีดาน คุมทีมเป็นนัดแรก ก็สามารถเฉือนชนะตุรกีไปได้ 1-0 อย่างไรก็ตาม ข่าวใหญ่สำหรับทัพตราไก่คือการขาดหายไปของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ดาวยิงตัวเก่งที่ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า

ความท้าทายของเจ้าบ้านและทีมเยือน

สำหรับเบลเยียม แม้จะโชว์ฟอร์มดีในการเปิดตัว ฟาน บอมเมล แต่บททดสอบที่แท้จริงจะมาถึงในเกมนี้ เพราะฝรั่งเศสถือเป็นหนึ่งในทีมที่มีขุมกำลังแข็งแกร่งที่สุดในโลก เบลเยียมมีสถิติการเล่นในบ้านที่ดีเยี่ยม โดยไม่แพ้ใครมา 9 นัดติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม ประวัติการพบกันในช่วงหลัง ฝรั่งเศสดูเหนือกว่ามาก โดยเบลเยียมแพ้ให้กับฝรั่งเศสมา 5 นัดรวด ตั้งแต่ปี 2015 การหยุดสถิตินี้ได้จะถือเป็นอีกก้าวสำคัญของฟาน บอมเมล

ด้านฝรั่งเศส แม้จะเก็บสามแต้มได้ในยุคของ ซีดาน แต่ฟอร์มการเล่นในนัดกับตุรกีก็ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะเรื่องการเปลี่ยนโอกาสครองบอลให้เป็นประตู แม้จะครองบอลได้ถึง 64% แต่ก็สร้างโอกาสทำประตู (xG) ได้น้อยกว่าคู่แข่งเล็กน้อย การขาดเอ็มบัปเป้จะทำให้ซีดานต้องปรับแผนในแนวรุก แต่ด้วยขุมกำลังที่ลึกซึ้งของฝรั่งเศส พวกเขาก็ยังมีตัวเลือกมากมายที่พร้อมจะทดแทน สถิติการเล่นนอกบ้านของฝรั่งเศสก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน โดยไม่แพ้ใครมา 9 นัดหลังสุด

แทคติกที่คาดการณ์และการขาดหายไปของเอ็มบัปเป้

เบลเยียมคาดว่าจะยังคงใช้ระบบ 4-2-3-1 โดยมี เควิน เดอ บรอยน์ เป็นหัวใจสำคัญในแนวรุก คอยสร้างสรรค์เกมและจ่ายบอลทะลุช่อง การขาด เลอันโดร ทรอสซาร์ด จะทำให้ มิกา ก็อดส์ ได้ลงเล่นในตำแหน่งปีกซ้าย โดยมี ดิเอโก โมเรย์รา ทำเกมทางฝั่งขวา การประสานงานของสามตัวรุกกับเดอ บรอยน์ จะเป็นกุญแจสำคัญในการเจาะแนวรับของฝรั่งเศส และต้องอาศัยการเปลี่ยนจากรับเป็นรุกที่รวดเร็วเพื่อสร้างโอกาส

ส่วนฝรั่งเศส การไม่มีเอ็มบัปเป้จะทำให้ อุสมาน เดมเบเล่ ขึ้นไปเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้า โดยมี ไมเคิล โอลิเซ่ และ เดซิเร่ ดูเอ้ ทำเกมริมเส้น ซีดานอาจจะใช้ระบบ 4-3-3 โดยมี รายัน แชร์กี้ เล่นบทบาทเพลย์เมคเกอร์ในแดนกลางร่วมกับ มานู โกเน่ และ อาเดรียง ราบิโอต์ การเคลื่อนที่ของเดมเบเล่จะช่วยดึงแนวรับคู่แข่ง และเปิดพื้นที่ให้ปีกสองข้างเข้าทำได้ ฝรั่งเศสจะต้องเน้นประสิทธิภาพในการจบสกอร์มากขึ้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนในเกมกับตุรกี

แม้ว่าฝรั่งเศสจะไม่มีเอ็มบัปเป้ แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นทีมที่มีคุณภาพสูงและมีสถิติที่ดีกว่าในการพบกับเบลเยียม อย่างไรก็ตาม เบลเยียมก็มีความแข็งแกร่งในบ้าน และได้แสดงให้เห็นถึงวินัยในเกมรับในนัดล่าสุดกับอิตาลี ทำให้เกมนี้จะเป็นการต่อสู้ที่สูสีและคาดเดายาก แต่ด้วยขุมกำลังเชิงลึกและประสบการณ์ในเกมใหญ่ ฝรั่งเศสอาจจะมีภาษีดีกว่าเล็กน้อยในท้ายที่สุด

ประเด็นที่เกี่ยวข้อง

เบลเยียม ฝรั่งเศส ยูฟ่า เนชันส์ ลีก Mark van Bommel Zinedine Zidane Kevin De Bruyne Kylian Mbappe ฟุตบอลต่างประเทศ ฟุตบอลยุโรป
ดูบอล
ดูทีวี
ข่าวฟุตบอล
ตารางคะแนน